Browse stories

ความรักที่ไม่คาดคิด

Language: th

ซ่งหยุนหยุนแต่งงานไปแล้ว แต่เจ้าบ่าวไม่เคยปรากฏตัวตั้งแต่ต้นจนจบเลย ด้วยความโกรธหนัก เธอจึงมอบกายให้กับชายแปลกหน้าคนหนึ่งแทนในคืนการแต่งงานนั้น หลังจากวันนั้น เธอก็ถูกชายคนนั้นจับตาเข้า...

Available chapters

  1. Chapter 1
  2. Chapter 2
  3. Chapter 3

Chapter 1

ตอนกลางคืน ห้องเวรของโรงพยาบาล

ซงยุ่นยุ่นถอดชุดแต่งงานของเธอออก แล้วสวมเสื้อกาวน์สีขาว

คืนนี้เป็นงานแต่งงานคืนแรกของเธอ

แต่เมื่อเพื่อนร่วมงานขอให้เธอช่วยเข้าเวรแทน เธอไม่ได้พูดอะไร ก็มาที่โรงพยาบาลทันที

ซงยุ่นยุ่นหัวเราะเยาะให้กับตัวเอง ยังไงก็ไม่มีใครสนใจอยู่แล้วว่าเธอจะไปไหน

มีเสียงโครมครามดังขึ้น จากนั้นประตูห้องที่เธออยู่เวรก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรง

เธอกำลังจะเงยหน้าขึ้น ก็ได้ยินเสียงแต๊ะ แล้วไฟในห้องก็ดับลง

ซงยุ่นยุ่นตกใจจนขนลุกซู่ไปทั้งตัว

“ใครน่ะ……”

ก่อนที่เธอจะทันได้พูดอะไร เธอก็ถูกผลักลงไปบนโต๊ะ ข้าวของบนโต๊ะกลิ้งตกลงไปที่พื้นอย่างแรง มีมีดปลายแหลมเล่มหนึ่งจ่ออยู่ที่คอของเธอพร้อมกับคำขู่ที่ว่า “อย่าพูด!”

ภายใต้แสงสลัว ๆ เธอเห็นเพียงใบหน้าที่เปื้อนเลือดของชายคนนั้น และดวงตาที่เฉียบคมคู่หนึ่ง

มีกลิ่นคาวเลือดโชยมาเตะที่ปลายจมูกของเธอ ทำให้เธอรู้ว่าชายคนนี้ได้รับบาดเจ็บมา

อาจเป็นเพราะวิชาชีพของเธอ เวลาเจอกับปัญหาจึงทำให้เธอสามารถตั้งสติได้

เธองอขาเล็กน้อย พยายามโจมตีจุดอ่อนของชายคนนั้น แต่เพียงแค่เธอขยับตัวเล็กน้อย ชายคนนั้นก็สังเกตเห็นได้ทันที เขาจึงจับขาทั้งสองข้างของเธอที่อยู่ไม่สุขเอาไว้แน่น

“ฉันเห็นมันวิ่งมาทางนี้ชัด ๆ ”

มีเสียงฝีเท้าที่กำลังเข้ามาใกล้ประตู

ฟังการเคลื่อนไหวของพวกเขาแล้ว คาดว่าเดี๋ยวพวกเขาจะต้องมาเปิดประตูอย่างแน่นอน

ในสถานการณ์ที่กำลังจะจวนตัว ชายคนนั้นก็ก้มหน้าลงจูบริมฝีปากของเธอ

ซงยุ่นยุ่นพยายามขัดขืน แล้วเธอก็ผลักชายคนนั้นออกไปได้อย่างง่ายดาย เขาไม่ได้ทำร้ายเธอด้วยอาวุธมีคมในมือที่ถืออยู่

เธอชะงักไปครู่หนึ่ง

แกร๊ก!

เวลานี้ ลูกบิดประตูถูกบิด

หัวใจของซงยุ่นยุ่นสั่นไปหมด เธอเงยหน้าขึ้น และจูบเขา เธอเป็นฝ่ายที่เริ่มเอามือโอบรอบคอของชายคนนั้นไว้ก่อน

เสียงของเธอสั่นเทา แต่เธอก็ยังแสร้งทำเป็นนิ่ง “ฉันช่วยคุณได้”

ลูกกระเดือกของชายคนนั้นกระเดือกขึ้นลง ในวินาทีถัดมา เขาก็ตอบโต้กลับไป เมื่อลมหายใจร้อน ๆ ของเขาโดนใบหูของเธอ มันทั้งเคร่งขรึม และเซ็กซี่ “ผมจะรับผิดชอบคุณเอง”

ไม่ เขาเข้าใจผิดแล้ว เธอก็แค่แสดงละครตบตาชั่วคราวเท่านั้น

วินาทีที่ประตูถูกผลักเปิดออก

เธอก็ครางออกมาเล็กน้อยเลียนแบบในทีวี ซึ่งเสียงการหอบหายใจที่มีเสน่ห์ และอ่อนโยนของเธอนั้น ทำให้ผู้ชายถึงกับหลงใหล

ทำให้คนที่ประตู ได้ยินแล้วก็รู้สึกใจเต้นแรงไปด้วย

“ให้ตายเถอะคนกำลังเล่นเสียวกัน แอบมามีอะไรกันในโรงพยาบาล บัดสีบัดเถลิงจริง ๆ”

ตอนที่ประตูถูกผลักเปิดออก และเกิดช่องว่างเล็ก ๆ ทำให้แสงไฟจากทางเดินสาดส่องเข้ามา แล้วก็ส่องไปที่ตัวของซงยุ่นยุ่น ซึ่งชายคนนั้นกำลังกดตัวของเธอไว้เพื่อปิดกั้นสายตาที่มองเข้ามาด้วยความอยากรู้อยากเห็นของคนที่อยู่ประตูนั้น ภายใต้แสงไฟสลัว ๆ นี้ พวกเขาจึงเห็นเพียงคนสองคนที่กำลังนัวเนียกันอย่างเมามันส์

“ต้องไม่ใช่เจียงเย่าจิ่งแน่ ๆ มันบาดเจ็บขนาดนั้น ต่อให้ประทานนางฟ้ามาให้ มันก็คงจะเสพสุขไม่ไหว”

“สองคนนี้แซ่บเป็นบ้าเลย”

“จะบ้ารึไง รีบไปหามันซะ ไม่งั้นพวกเราได้ตายกันหมดแน่!”

เสียงกรอบแกรบ และเสียงฝีเท้าค่อย ๆ หายไป

ชายคนนั้นรู้ดีว่าคนกลุ่มนั้นออกไปแล้ว แต่เขากลับพบว่าเขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เขาถูกกระตุ้นจากผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้ จนเกิดความปรารถนาแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

หลังจากพ้นวิกฤตไปแล้ว เดิมทีซงยุ่นยุ่นอยากจะผลักชายคนนั้นออก แต่ทันใดนั้นเธอก็นึกถึงการแต่งงานของเธอขึ้นมา

ตั้งแต่เกิดมา ชีวิตของเธอถูกควบคุมโดยคนอื่นมาโดยตลอด รวมทั้งการแต่งงานของเธอด้วย

การแต่งงานเข้าไปอยู่ในตระกูลเจียง เป็นเพราะความโลภของพ่อเธอเท่านั้น

ปู่ของเธอเคยเป็นคนขับรถของเถ้าแก่เจียงมาก่อน แต่ด้วยอุบัติเหตุครั้งนึง เขาได้ช่วยชีวิตเถ้าแก่เจียงเอาไว้จนตัวเองเสียชีวิต

บริษัทเล็ก ๆ ที่เป็นกิจการของครอบครัวมีหนี้สินก้อนโต และกำลังจะล้มละลาย พ่อผู้เฉลียวฉลาดรู้ว่า หากเขาเอ่ยปากขอเงินจากตระกูลเจียง บุญคุณนี้ก็จะหมดไปทันที ดังนั้นเขาจึงคิดหาวิธีที่จะหาผลประโยชน์ให้กับตัวเองระยะยาว โดยการขอให้เจียงเย่าจิ่งที่เป็นหลานชายของเถ้าแก่เจียงแต่งงานกับเธอ

เมื่อเป็นเช่นนี้ ด้วยความมั่งคั่งของตระกูลเจียง เขาก็จะได้รับสินสอดมาเป็นจำนวนมาก

อีกทั้งยังได้ดองกับตระกูลเจียงอีกด้วย

เป็นเพราะกลัวจะเสียหน้า ตระกูลเจียงจึงไม่สามารถปฏิเสธได้

การแต่งงานครั้งนี้ทำให้เจียงเย่าจิ่งรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก ดังนั้นเขาจึงไม่มาปรากฏตัวในงานเลี้ยงงานแต่งงานของทั้งสองครอบครัว แล้วก็เสนอความต้องการมาว่า ไม่อนุญาตให้เธอแอบอ้างเป็นภรรยาของเขาตอนอยู่ข้างนอก

ซึ่งเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น ไม่มีใครถามซงยุ่นยุ่นเลยว่าเธอเต็มใจที่จะทำรึเปล่า

งานแต่งงานตอนกลางวัน เจ้าบ่าวไม่มาปรากฏตัวเลยตั้งแต่ต้นจนจบ

ผ้านวมสีแดง คำมงคลที่อยู่บนผนัง สีสันต่าง ๆ ที่โดดเด่นสะดุดตา เหมือนเป็นการตบหน้าเธออย่างแรง

ความอัปยศอดสู! ความไม่พอใจ! !

อาจเป็นเพราะบรรยากาศ หรือไม่ก็ความใกล้ชิด จึงทำให้ความรู้สึกต่อต้านที่อัดอั้นอยู่ในใจของซงยุ่นยุ่นปะทุออกมาทันที

สิ่งที่เธอต้องเผชิญ มันทำให้ชีวิตของเธอต้องมืดมนไปหมด

เธอจะต่อต้านด้วยการทำตามใจตัวเองบ้าง!

ซงยุ่นยุ่นก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรนัก เธอเคลิ้มไปตามชายคนนั้น ยอมจำนนต่อความเจ็บปวดครั้งแรกของตัวเอง

........

หลังจากนั้น ชายคนนั้นก็จูบแก้มของเธอเบา ๆ เสียงที่เคร่งขรึมของเขามีความแหบพร่าแบบพึงพอใจ “ผมจะมาหาคุณ” เมื่อพูดจบ เขาก็ออกไปจากที่นี่อย่างรวดเร็ว

ซงยุ่นยุ่นไม่ได้ลุกขึ้นมาเป็นเวลานาน เอวของเธอถูกกดเข้ากับขอบโต๊ะ ทำให้เธอรู้สึกเจ็บจนปวดไปหมด

ทันใดนั้นโทรศัพท์ที่ถูกดันไปที่ขอบโต๊ะแต่ยังไม่ตกลงไปก็ดังขึ้นมา

เธอยื่นมือออกไปเพื่อคว้ามัน แล้วก็มีเสียงรีบเร่งดังมาจากปลายสาย “คุณหมอเฉิน มีคนไข้ที่แผนกฉุกเฉินได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางรถยนต์มา อาการบาดเจ็บสาหัส จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือ คุณรีบมาทางนี้หน่อยนะคะ”

ซงยุ่นยุ่นปรับเสียงของเธอ แล้วก็ตอบกลับไปอย่างใจเย็นว่า “ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันจะรีบไป

เมื่อวางโทรศัพท์ลง เธอก็เหม่อไปหลายวินาที เมื่อกี้นี้.....

เสื้อผ้าที่ยับเยิน ความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะของช่วงล่างมันบอกกับเธอว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี้นี้ไม่ใช่ความฝัน แต่มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง คืนวันแต่งงาน เธอไปมีสัมพันธ์กับชายแปลกหน้าคนหนึ่ง......

เธอได้ทำเรื่องที่ร้ายที่สุดในชีวิตลงไปแล้ว!

แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เวลามาคิดถึงเรื่องนี้แล้ว เธอสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย และรีบไปยังแผนกฉุกเฉินทันที

แล้วเธอก็ยุ่งตลอดทั้งคืน

เมื่อกลับมายังห้องอยู่เวร เธอก็เห็นห้องที่เละเทะ

ดูเหมือนเธอจะนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ขึ้นมาได้ สองมือของเธอกำแน่นขึ้นมาเล็กน้อย

“ขอบคุณหมอซ่งมากนะคะ ที่มาเข้าเวรแทนฉัน” เฉินเวินเหยียนเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม

ซงยุ่นยุ่นฝืนดึงมุมปากขึ้น “ด้วยความยินดีค่ะ”

“ธุระของฉันเสร็จแล้ว คุณกลับไปพักผ่อนเถอะ” เมื่อเห็นความยุ่งเหยิงในห้อง เฉินเวินเหยียนก็เลิกคิ้วขึ้น “นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะ?”

ซงยุ่นยุ่นหันหน้าไปทางอื่น เพื่อซ่อนความตื่นตระหนกในแววตาของตัวเอง “พอดีฉันเผลอทำมันหลุดมือน่ะ ไหน ๆ คุณก็มาแล้ว งั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะ”

เฉินเวินเหยียนรู้ว่าซงยุ่นยุ่นดูแปลก ๆ ไป แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร เธอเข้าไปในห้องเพื่อเก็บของที่อยู่บนพื้น

แต่ทว่า จู่ ๆ ผู้อำนวยการก็พาฮั่วซวินที่เป็นผู้ช่วยของเจียงเย่าจิ่งมาหยุดอยู่ที่หน้าประตู

ผู้อำนวยการกล่าวว่า “เธอคือคุณหมอเฉิน เฉินเวินเหยียน แพทย์ที่เข้าเวรเมื่อคืนนี้ครับ”

ฮั่วซวินเดินเข้าไปตรวจสอบบัตรงานของเฉินเวินเหยียน และพูดว่า “มากับผม”

เฉินเวินเหยียนรู้สึกงุนงงเล็กน้อย

“ไปไหนเหรอ……”

“รีบไปเถอะน่า” ผู้อำนวยการไม่ได้ปล่อยให้เธอถามอะไรให้มากความ เขาดึงตัวเธอไปพลางพูดว่า “อย่าให้คุณเจียงต้องรอนาน”

Chapter 2

จากนั้นเฉินเวินเหยียนก็ถูกพาไปที่ห้องทำงานของผู้อำนวยการอย่างรวดเร็ว

เจียงเย่าจิ่งนั่งอยู่บนโซฟา รูปร่างสูงโปร่งตั้งตรง หากไม่สังเกตดูดี ๆ ก็จะมองไม่เห็นริมฝีปากที่ซีดเผือกของเขา

กลิ่นของยาฆ่าเชื้อในโรงพยาบาล กลบกลิ่นเลือดบนร่างกายของเขาจนหมดสิ้น

เขาในชุดสูทสีดำ ประกอบกับใบหน้าที่คมคายเผยให้เห็นออร่าที่แข็งแกร่ง เพียงแต่สายตานั่น กลับทำให้คนที่เห็นรู้สึกหวาดกลัว!

ผู้ช่วยเดินอ้อมไปด้านหลังของเจียงเย่าจิ่ง จากนั้นก็โน้มตัวไปกระซิบเบา ๆ ว่า “กล้องวงจรปิดทั้งหมดของเมื่อคืนถูกคนทำลายไปแล้ว คาดว่าน่าจะเป็นคนที่ไล่ล่าคุณ เพราะกลัวว่าจะทิ้งหลักฐานไว้ เลยจงใจทำลายมัน คน ๆ นี้ก็คือหมอที่เข้าเวรเมื่อคืนนี้ครับ เธอชื่อเฉินเวินเหยียน ผู้อำนวยการยืนยันว่าเป็นเธอที่มาเข้าเวร เมื่อกี้นี้ผมได้ไปทำการตรวจสอบตารางการเข้าเวรมาแล้ว เมื่อคืนนี้เป็นเวรของเธอจริง ๆ ครับ”

เจียงเย่าจิ่งเงยหน้าขึ้น

เฉินเวินเหยียนถึงกับอ้าปากค้าง นี่ไม่ใช่ประธานของเทียนจุ้ย กรุ๊ปหรอกเหรอ?

“เมื่อคืนคุณเป็นคนช่วยผมไว้งั้นเหรอ?” เจียงเย่าจิ่งจ้องไปที่สายตาของเธออย่างพินิจพิเคราะห์

เฉินเวินเหยียนรีบหลุบตาลง แล้วก็ไม่กล้าสบตาเขาอีก

“ใช่ค่ะ ฉันเอง” เธอไม่รู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น แต่เธอรู้ว่า ถ้าเธอได้ใกล้ชิดกับเขาได้ ก็จะเป็นผลดี

ครั้งนี้ประจวบกับเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการไปฝึกงานที่โรงพยาบาลกองทหารภาคสองด้วยพอดี

ถึงแม้จะบอกว่าเป็นการฝึกงาน แต่ทุกคน ต่างก็รู้ดีว่าหากไปแล้วจะสามารถอยู่ที่นั้นได้

เครื่องไม้เครื่องมือของที่นั่นดีกว่าที่นี่มาก

ถ้าเธอได้รับความช่วยเหลือจากเจียงเย่าจิ่ง ยังไงเธอก็ต้องได้ไปโรงพยาบาลกองทหารภาคสองอย่างแน่นอน!

“คุณอยากได้อะไร ผมจะให้คุณทุกอย่าง รวมถึงการแต่งงานด้วย” สีหน้าของเจียงเย่าจิ่งนิ่ง ๆ เมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ ใบหน้าที่เย็นชาก็อ่อนลง

“เอ่อ…… ฉัน……” เรื่องดี ๆ นี้เกิดขึ้นเร็วซะจนเฉินเวินเหยียนถึงกับไปไม่เป็น

“ถ้าคิดออกแล้วก็มาหาผมแล้วกันนะ” เจียงเย่าจิ่งลุกขึ้น แล้วก็สั่งให้ผู้ช่วยของเขาให้ข้อมูลการติดต่อกับเธอไว้

ผู้อำนวยการไปส่งเขาด้วยตนเอง “คุณเจียงครับ”

“ไม่ต้องส่งหรอกครับ” ใบหน้าของเขาเย็นชาขึ้นมาเหมือนเป็นปกติอีกครั้ง แต่แล้วก็เหมือนกับว่าเขาจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จู่ ๆ เขาก็ชะงักฝีเท้า “เธออยู่โรงพยาบาล รบกวนดูแลเธอให้ดีด้วย”

“ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวผมจัดการให้” ผู้อำนวยการพูดพร้อมรอยยิ้ม

เมื่อมั่นใจว่าจะไม่มีใครมาได้ยินได้แล้ว ผู้ช่วยก็พูดเตือนขึ้นมาเบา ๆ ว่า “คุณแต่งงานแล้วนะครับ เรื่องแต่งงาน.......”

เกรงว่าคงจะไปรับปากกับคุณเฉินไม่ได้แล้ว

เมื่อนึกถึงผู้หญิงที่ถูกยัดเยียดให้เขา สีหน้าของเจียงเย่าจิ่งก็ค่อย ๆ มืดมนขึ้นมา เขายกมุมปากขึ้นอย่างเย็นชาพร้อมกับพูดว่า “รนหาที่ตายจริง ๆ”

ผู้ช่วยสั่นไปทั้งตัง ไม่รู้ว่าเขากำลังพูดถึงผู้หญิงที่แต่งงานกับเขา หรือผู้ที่ยุยงให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมากันแน่

.....

ซงยุ่นยุ่นกลับไปที่วิลล่าแล้ว ที่นี่เป็นที่อยู่ของสามีที่เธอแต่งงานด้วย

“คุณผู้หญิง” ทันทีที่เธอเข้าประตูไป แม่อู๋ก็ทักเข้ามาต้อนรับเธอทันที “ทำไมถึงหายไปทั้งคืนเลยล่ะคะ”

“มีเข้าเวรกระทันหันน่ะค่ะ” เธอพูดขึ้นมาเบา ๆ

ดวงตาของเธอแดงมาก สีหน้าดูเหนื่อยล้า

เมื่อเห็นว่าเธอดูเหนื่อย ๆ แม่อู๋จึงไม่ได้ถามอะไรอีก

เธอขึ้นไปชั้นบน แล้วก็แช่ตัวในอ่างอาบน้ำ เมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ แก้มของเธอก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ เธอเอาหัวซุกลงไปในอ้อมแขนของตัวเอง

อันที่จริงแล้วเธอรู้สึกสับสนไปหมด

เธอยอมพลีกาย ทั้งที่ตัวเธอเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายเป็นคนแบบไหน

อีกอย่าง เธอ——แต่งงานแล้ว

เธอเหมือนจะรู้สึกผิดกับสามีของเธอยังไงก็ไม่รู้——เจียงเย่าจิ่ง!

หลังจากอาบน้ำเสร็จ เธอก็สวมเสื้อผ้า และเดินออกมา

เมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะออกไปข้างนอกอีกครั้ง แม่อู๋ก็เดิมเข้ามา และพูดว่า “คุณยังจะต้องออกไปข้างนอกอีกเหรอคะ ไม่กินข้าวเช้าหน่อยเหรอคะ?”

ซงยุ่นยุ่นชำเลืองมองดูเวลาแวบหนึ่ง แล้วก็พูดขึ้นว่า “เดี๋ยวฉันจะไปทำงานสาย”

แม่อู๋ได้ยินมาว่าเธอเป็นหมอ ก็เลยรู้ถึงลักษณะงานของเธอ อีกอย่าง อาชีพของหมอก็เป็นอาชีพที่สมควรได้รับความเคารพ ดังนั้นแม่อู๋จึงไปหยิบนมมา “กำลังร้อน ๆ เลยค่ะ คุณดื่มก่อนแล้วค่อยไปดีกว่านะคะ”

ซงยุ่นยุ่นมองไปที่แม่อู๋ ความเป็นห่วงของแม่อู๋ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น เธอก้มหน้าลงเล็กน้อยและพูดขึ้นมาเบา ๆ ว่า “ขอบคุณค่ะ”

“แหม ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ” แม่อู๋ยิ้ม ใบหน้ากลม ๆ ของเธอดูเป็นมิตรมาก

หลังจากที่ซงยุ่นยุ่นดื่มเสร็จ เมื่อแม่อู๋รับแก้วไป เธอจึงเดินออกไป

เธอไม่ได้ไปทำงานในโรงพยาบาลทันที ที่เธอออกมาเร็วแบบนี้ เพราะเธอต้องการจะไปที่แผนกผู้ป่วยในก่อน

แม่ของเธออยู่ในห้องไอซียู

เมื่อเข้าไปข้างใน เธอก็ตรวจดูอาการของแม่ แล้วก็พบว่าอาการยังคงแย่อยู่

อารมณ์ของเธอจึงดิ่งลง

แม่ของเธอเป็นโรคหัวใจล้มเหลวระยะสุดท้าย หากต้องการมีชีวิตต่อก็ต้องทำการเปลี่ยนหัวใจ ซึ่งการเปลี่ยนหัวใจนี้ จำเป็นที่จะต้องใช้ค่าผ่าตัดจำนวนมาก

เหตุผลที่เธอสัญญากับพ่อของเธอว่าจะแต่งงานกับตระกูลเจียง เพราะพ่อของเธอขู่ว่า ถ้าเธอไม่ตอบตกลงก็จะไม่จ่ายเงินให้

ตอนนี้จึงเหลือแค่รอหัวใจที่เหมาะสมมาเท่านั้น แล้วแม่ของเธอก็จะรอดแล้ว

เธอมองไปที่แม่ของเธอ และพูดขึ้นมาเบา ๆ ว่า “แม่ หนูจะรักษาแม่ให้หายให้ได้”

เพราะแม่คือคนที่เธอรักมากที่สุดในโลก

อืด อืด——

โทรศัพท์ในกระเป๋าของเธอสั่นขึ้น

“ยุ่นยุ่น ช่วยอะไรผมหน่อยสิ” เสียงพูดดังขึ้นมาจากปลายสาย

คนที่โทรมาคือรุ่นพี่ของเธอที่เรียนจบจากการแพทย์ซึ่งมาจากสถาบันเดียวกัน แต่เขาเป็นรุ่นพี่เธอสองรุ่น ซึ่งเขาเคยไปเรียนต่างประเทศมา ตอนนี้จึงมีชื่อเสียงในประเทศมาก

เขาดูแลเธอเป็นอย่างดีมาโดยตลอด

ดังนั้นเธอกับเขาจึงเป็นเพื่อนสนิทกัน

“เรื่องอะไรคะ” เธอตอบออกไปทันที

“พอดีผมมีคนไข้อยู่คนหนึ่ง แต่ผมมีธุระด่วนคงไปไม่ทัน คุณช่วยไปที่นั่นแทนผมหน่อยสิ”

ซงยุ่นยุ่นมองดูเวลา วันนี้เธอไม่ต้องเข้าแผนกผู้ป่วยนอก ส่วนตอนบ่ายมีผ่าตัดสองเคส เธอจึงมีเวลาว่างในช่วงเช้า เธอก็เลยตอบกลับไปว่า “ได้สิ”

“ที่อยู่ 306 เขตเอ สวนกุหลาบนะ เธอบอกว่ามาหาคุณฮั่ว เดี๋ยวเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะบอกเธอเอง”

Chapter 3

หลังจากซงยุ่นยุ่นตอบรับไปแล้ว เธอก็วางสายโทรศัพท์ และนั่งแท็กซี่ไปยังสถานที่นั้นทันที “อื้ม” ซงยุ่นยุ่นขานรับ

“อย่าบอกเรื่องนี้กับใครนะ แล้วก็ไม่ต้องถามมากด้วย คุณแค่รักษาเขาก็พอ” ทางนั้นพูดกำชับ

“ฉันเข้าใจแล้วหน่า”

ที่นี่คือหมูบ้านระดับไฮเอนด์ที่มีการรักษาความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวขั้นสูง

เมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ามาขวางเธอ เธอจึงบอกไปว่ามาหาคุณฮั่ว เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจึงทำการโทรศัพท์ไปเพื่อเช็คให้มั่นใจ แล้วถึงได้ปล่อยให้เธอเข้าไป

เมื่อเจอบ้านเลขที่ 306 แล้วเธอก็ทำการกดกริ่ง

ไม่นานประตูก็เปิดออก

เมื่อฮั่วซวินเห็นว่าคนที่มาไม่ใช่เซินจือเฉียน เขาก็ขมวดคิ้ว “คุณคือ.......”

ซงยุ่นยุ่นรู้มาจากเซินจือเฉียนก่อนหน้านี้แล้วว่า ผู้ป่วยรายนี้ให้ความสำคัญกับเรื่องความเป็นส่วนตัวมาก ตัวเธอเองก็ไม่ได้อยากจะมีปัญหาเพราะเรื่องนี้อยู่แล้ว เธอจึงสวมหน้ากากอนามัยไว้

“หมอเซินบอกให้ฉันมาที่นี่ค่ะ”

ฮั่วซวินชำเลืองมองกล่องยาในมือของเธอ และพูดว่า “คุณรู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไงบ้าง?”

“รู้ค่ะ หมอเซินบอกฉันทุกอย่างแล้ว ฉันจะไม่พูดอะไรให้มากความ”

ฮั่วซวินคิดว่าเซินจือเฉียนไม่น่าจะเรียกใครมามั่ว ๆ เขาจึงยอมปล่อยให้เธอเข้าไป

เขาพาซงยุ่นยุ่นเดินผ่านห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ไปที่ชั้นสอง แล้วก็เดินไปที่ห้องนอน

ในห้องไม่ได้เปิดไฟไว้ เธอจึงพูดขึ้นมาว่า “มืดขนาดนี้แล้วฉันจะรักษายังไงล่ะคะ?”

เมื่อเจียงเย่าจิ่งได้ยินเสียงผู้หญิง เขาก็ดึงเสื้อคลุมที่โยนเอาไว้ด้านข้างขึ้นมาปิดหน้า แล้วก็พูดขึ้นมาอย่างเย็นชาว่า “เปิดไฟ”

ฮั่วซวินถึงได้ทำการเปิดไฟ

แล้วห้องก็สว่างขึ้นมาทันที

ซงยุ่นยุ่นรู้สึกค่อนข้างคุ้นเคยกับเสียงนี้ แต่เธอไม่ได้อยากจะรู้อะไรขนาดนั้น เธอเห็นชายคนนั้นกำลังนอนอยู่บนเตียง เลือดบนเสื้อเชิ้ตสีขาวเหือดแห้งไปแล้ว จนเลือดกลายเป็นสีแดงดำ

เธอไม่ได้พิจารณาอะไรมาก เธอมาที่นี่แค่รักษาเขาเท่านั้น

เห็นได้ชัดว่า อีกฝ่ายไม่ต้องการให้คนอื่นรู้ตัวตนของเขา ดังนั้นเธอก็ควรจะรู้แค่ที่ตัวเองควรจะรู้ก็พอ

เธอวางกล่องยาลงบนโต๊ะ และเปิดออก จากนั้นก็หยิบกรรไกรแพทย์ออกมาตัดผ้าบริเวณบาดแผล

จากนั้นเธอก็ได้เห็นบาดแผลที่ใช้ผ้าก๊อซแปะเอาไว้แบบง่าย ๆ หลังจากตัดผ้าก๊อซออก เธอก็เห็นว่ามีบาดแผลถูกแทงสองแห่งทางด้านขวาของช่องท้อง

เธอวางกรรไกรลง ทำความสะอาดบาดแผลอย่างคุ้นเคย

การเคลื่อนไหวของเธอนิ่ง และรวดเร็วมาก

“คุณแพ้ยาชาไหม?” เธอถาม

หลังจากตรวจสอบแล้ว บาดแผลไม่ลึก ไม่ได้บาดเจ็บถึงภายใน แต่ก็ยังต้องเย็บแผลอยู่ดี

เพราะเหตุนี้จึงจำเป็นต้องใช้ยาชาเฉพาะที่

น้ำเสียงของเธอเย็นชามาก แตกต่างจากตอนที่ตื่นตระหนกเมื่อคืนนี้อย่างสิ้นเชิง

ดังนั้นแม้ว่าจะได้ยินเสียงของเธอ แต่เจียงเย่าจิ่งก็ไม่ได้รู้สึกตะหงิดใจแต่อย่างใด

ในใจรู้สึกมั่นใจในทักษะทางการแพทย์ของเธอ คิดว่าทุกอย่างต้องผ่านไปได้อย่างราบรื่น เขาจึงพูดขึ้นมาอย่างเย็นชาว่า “ไม่แพ้”

ซงยุ่นยุ่นทำการผสมยา แล้วก็ฉีดยาชาไปบริเวณที่ต้องการเย็บ

หลังจากผ่านไปสองนาที ยาก็ออกฤทธิ์ จากนั้นเธอก็เริ่มเย็บแผลทันที

ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงในการดำเนินการทุกอย่างจนเสร็จสิ้น

เรียกได้ว่ารวดเร็วมาก

มือของเธอมีรอยเปื้อนเลือดอยู่ “ฉันขอไปห้องน้ำหน่อยสิ”

“มีข้างล่างครับ เชิญครับ” ฮั่วซวินกล่าว

เธอจึงเดินออกไป

หลังจากแน่ใจแล้วว่าเธออยู่ชั้นล่าง ฮั่วซวินก็ปิดประตู และเดินเข้าไป

“ผมตรวจสอบมาเรียบร้อยแล้วครับ พวกเมื่อคืนเป็นคนของมู่ฉินส่งมา อาจเป็นเพราะคุณกำจัดไส้ศึกทั้งหมดที่อยู่ในบริษัทไป เธอก็เลยจนตรอก อยากจะฆ่าคุณ”

เจียงเย่าจิ่งลุกขึ้นนั่งที่ขอบเตียง เสื้อผ้าของเขาขาดรุ่งริ่งไปหมด แต่ร่างกายที่อยู่ในอาการป่วย และควรจะอ่อนแอของเขา กลับปล่อยรังสีอำมหิตออกมาได้อย่างน่าตกใจ

เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาก็ดำเข้มราวกับสระน้ำลึก “การมาของผู้หญิงคนนั้น มีอะไรไปเกี่ยวข้องกับเธอรึเปล่า?”

ฮั่วซวินเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วก็พูดขึ้นมาเบา ๆ ว่า “ใช่ครับ ผมไปสืบมาแล้วพบว่า เธอเคยติดต่อกับซงลี่เฉิง แต่เรื่องนี้ก็น่าแปลกนะครับ ซงลี่เฉิงระบุมาเลยว่าการแต่งงานครั้งนี้จะต้องเป็นคุณ ไม่ใช่เจียงเย่าเทียน แสดงว่าเธอจะต้องเล่นแง่อะไรบางอย่างอย่างแน่นอน”

“เธอให้ของขวัญชิ้นใหญ่แก่ฉันมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ฉันยังไม่เคยตอบแทนอะไรเธอคืนเลย แบบนี้มันเหมือนกับฉันไม่มีมารยาทเลยนะ” พอเขาไปต่างประเทศเพื่อทำธุระบางอย่าง ใครบางคนก็ฉวยโอกาสตอนที่เขาไม่อยู่ทำอะไรหลาย ๆ อย่าง

หน้าตาของเขาดูเฉยเมยมาก แต่มันก็ยังไม่สามารถปกปิดความเยือกเย็นที่ซ่อนอยู่ในแววตาของเขาไว้ได้ “ฉันได้ยินมาว่า เจียงเย่าเทียนเปิดสถานบันเทิงแห่งหนึ่งชื่อ ‘เม่ย’ อยู่ที่ถนนแคฟเวิร์น”

ฮั่วซวินเข้าใจในทันที “เมื่อบริษัทไม่มีสถานที่สำหรับพวกเขาแล้ว พวกเขาจึงต้องอาศัยสถานบันเทิงแห่งนั้นเพื่อหารายได้ หากไปสกัดพวกเขาไว้ได้ อนาคตหลังจากนี้ชีวิตของพวกเขาคงจะลำบากน่าดู”

“ไปจัดการไป” เจียงเย่าจิ่งพูดขึ้นมาเบา ๆ

ตอนที่ฮั่วซวินเดินลงมาชั้นล่าง ซงยุ่นยุ่นก็กำลังจะขึ้นไปชั้นบนพอดี

ฮั่วซวินรู้ว่าเซินจือเฉียนจะต้องกำชับเธอเอาไว้แล้วแน่ ๆ แต่เขาก็ยังเตือนสติ และกำชับเธอขึ้นอีกครั้งว่า “หากเรื่องในวันนี้ถูกเผยแพร่ออกไป คุณจะต้องตายอย่างน่าอนารถมากแน่นอน”

หากเรื่องที่เจียงเย่าจิ่งได้รับบาดเจ็บถูกลือไปถึงหูของสองแม่ลูกอย่างมู่ฉิน และเจียงเย่าเทียน พวกเขาจะต้องฉวยโอกาสตอนนี้สร้างปัญหาอะไรขึ้นมาแน่นอน

“ฉันเข้าใจ” ซงยุ่นยุ่นก้มหน้าลง “เอากล่องยาแล้วฉันก็จะไป”

เมื่อเธอขึ้นไปชั้นบนก็เห็นชายคนนั้นกำลังหันหลังให้ประตูอยู่ เสื้อเชิ้ตที่เปื้อนเลือดบนตัวของเขาถูกถอดออกแล้ว แผ่นหลังของเขาทั้งบางและกว้าง เอวของเขาแคบมาก ไม่มีไขมันใด ๆ เชื่อมต่อกับแนวสะโพกที่กระชับจนเห็นเส้นโค้งเว้า หุ่นเฟิร์มรูปร่างสูง ให้ความรู้สึกดูมีอำนาจเล็กน้อย

“ยังไม่ไปอีกเหรอ?” ชายคนนั้นไม่หันกลับมามอง แต่ดูเหมือนเขาจะรับรู้ได้ถึงสายตาที่กำลังจ้องมองอยู่ของเธอ ในน้ำเสียงที่เหนื่อยล้ามีความเย้ยหยันปนอยู่

ซงยุ่นยุ่นรีบก้มหัวลง เมื่อกี้นี้เธอมองจนสติหลุดไปเลย

เธอก้มหน้าหลบสายตา แล้วก็เดินไปเก็บกล่องยา แต่ยังไม่ลืมหน้าที่ความเป็นหมอของตัวเอง เธอพูดกำชับขึ้นมาว่า “อย่าเพิ่งให้แผลโดนน้ำนะคะ ต้องล้างแผลวันละครั้ง พยายามใส่เสื้อที่โปร่ง ๆ อย่าให้เสื้อไปถูแผลได้”

เธอเอายาวางเอาไว้ “นี่คือยากิน ส่วนนี่คือยาสำหรับใช้ภายนอกค่ะ”

เจียงเย่าจิ่งยังคงไม่ได้หันหน้ากลับมา เขาเพียงแค่ตอบกลับมาว่าอืมเบา ๆ

ส่วนซ่งหยุนหยุนก็ไม่ได้พูดอะไรมาก

จากนั้นเธอก็เดินถือกล่องยาออกไปทันที

เธอนั่งแท็กซี่กลับไปที่โรงพยาบาล ตอนนี้เกือบจะสิบเอ็ดโมงแล้ว เธอไปที่โรงอาหารของโรงพยาบาลเพื่อหาอะไรกินนิดหน่อย ซึ่งพอเธอกลับไปที่แผนก ผู้อำนวยการก็เรียกเธอไปที่ห้องทำงานของเขา

“เรื่องที่จะไปฝึกงานที่โรงพยาบาลกองทหารภาคสอง เดี๋ยวผมจะให้เฉินเวินเหยียนไปนะ” คณบดีดูจริงจัง และดูเหมือนจะมีอะไรปิดบัง