ทาสเสน่หาชีคจอมเถื่อน
Language: th
/0/4364/coverbig.jpg?v=67235e9708fd4df8a73a13e873d56347)
อารียา ถูกโชคชะตาชักนำไปสู่บทพิศวาสที่แสนเร่าร้อนบนความเข้าใจผิด ก่อเกิดเป็น ‘รักต้องห้าม’ ที่ไม่อาจต้านทานได้ แล้ว ชีควาคิล จะทำเช่นไร ที่จะทำให้ยอดหญิงที่เป็นดั่งดวงหฤทัย กลายเป็น ‘รักเดียว ตลอดกาล’ มันคงไม่ยากนัก หาก ‘เขา’ ซึ่งเป็นถึงองค์รัชทายาทจะทรงต้องการ ‘นางสนมในฮาเร็ม’ เพิ่มอีกสักคน ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ ‘เธอ’ ครูสอนภาษาที่เป็นดังกุหลาบงามที่ซ่อนหนามแหลมเอาไว้ภายใน แม้จะทรงมีอำนาจเหนือใคร ก็อย่าหมายมารังแกเธอได้ง่ายๆ แต่ทว่าเขากำลังถือ ‘ไพ่’ เหนือเธอ จึงทรงบังคับขืนใจด้วยไฟแค้น พันธนาการเธอเอาไว้ด้วยเพลิงพิศวาสที่แสนหวาน แล้วครูสาวไร้เดียงสาอย่างอารียา…
Available chapters
Chapter 1
ร่างบอบบางในชุดนอนสุดเซ็กซี่ เดินวนไปวนมารอบห้องหลายรอบอย่างคนที่กำลังใช้ความคิดอย่างหนัก เหตุเพราะเย็นนี้เธอมีงานแสดงโชว์ร้องเพลงเพื่อการกุศลที่บิดาได้รับปากเจ้าของงานเอาไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ว่าเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา แฟนหนุ่มของเธอก็โทรมาบอกว่า เขากำลังจะเดินทางมาหาเธอในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ และคืนนี้เขาก็ตั้งใจจะไปดินเนอร์กับเธอด้วย
แต่งานแสดงโชว์เย็นนี้เธอจะยกเลิกก็ไม่ได้ด้วยสิ เพราะเจ้าของงานเป็นถึง ม.จ.พันฤทธิ์ ธรรมราชเดโชชัย เป็นเพื่อนสนิทของ ม.จ.เกรียงไกร ปัณรัตนกุลชรท่านพ่อของเธอ งานการกุศลครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อหารายได้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมทั่วประเทศ เป็นงานที่พวกคุณหญิงคุณนายที่มียศถาบรรดาศักดิ์มากมายมาร่วมงาน แล้วเธอควรจะทำยังไงดี ในเมื่อเย็นนี้เธอก็มีนัดกับคนสำคัญของเธอเช่นกัน และครั้นจะยกเลิกนัดแฟนหนุ่มก็ไม่ได้ เพราะนานๆ ทีเขาถึงจะมาหา
ไลลาคิดไม่ตก เพราะงานแสดงโชว์ก็สำคัญ เดทกับแฟนหนุ่มวันนี้ก็สำคัญ กระทั่งเห็นคุณครูสาวสวยแสนเฉิ่มที่หน้าตาคล้ายๆ ตนเองเดินเข้ามาในบ้าน คนที่คิดหนักมาเกือบชั่วโมงก็เกิดไอเดียดีๆ ขึ้นมา ไลลา หรือ ม.ร.ว.ไลลา ปัณรัตนกุลชร ก็รีบเดินลงไปหาน้องสาวฝาแฝดของเธอและดึงร่างบางขึ้นมาบนห้องอย่างเร็วรี่
“พี่หญิงใหญ่ ลากเล็กขึ้นมาบนนี้มีอะไรหรือเปล่าคะ” อารียาหน้าตาตื่น เมื่อถามผู้เป็นพี่สาวฝาแฝดของเธอออกไป ไม่รู้ว่าไลลามีธุระอันใดกับเธอ ถึงทำท่ามีลับลมคมนัยแปลกๆ
“หญิงเล็ก พี่มีเรื่องให้น้องช่วย” สีหน้าของไลลาดูเดือดเนื้อร้อนใจเอามากๆ จนอารียาคิดว่าพี่สาวของเธออาจจะกำลังเจอปัญหาใหญ่เข้าจริงๆ
“เรื่องอะไรคะ” ร่างบอบบางแต่ทว่าสมส่วนในชุดกระโปรงเรียบร้อยความยาวถึงหัวเข่าเสื้อผ้าฝ้ายคอกลมแขนตุ๊กตาสีหวานที่ติดกระดุมจนมาถึงต้นคอ สมกับการที่เธอเป็นถึงคุณครูสอนภาษาที่ลูกศิษย์ลูกหาน่าจะเอาเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องของการแต่งกาย
ดวงตากลมโตที่อยู่ใต้กรอบแว่นอันใหญ่ มองมายังผู้เป็นพี่สาวฝาแฝดของเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
ไลลาถอนหายใจออกมาชุดใหญ่ก่อนที่จะเริ่มต้นเล่าถึงเหตุผลและความจำเป็นของเธอ และเรื่องที่ต้องการจะให้น้องสาวฝาแฝดของเธอช่วยเหลือ และพออารียาได้สดับตรับฟังผู้เป็นพี่สาวเล่าตั้งแต่ต้นจนจบก็ถึงกับอ้าปากค้างตาโตยืนนิ่งเป็นหุ่นตะลึงไปหลายวินาที
“หญิงเล็ก เธอต้องช่วยพี่นะ ถ้าเธอไม่ช่วยพี่ต้องตายแน่ๆ” พี่สาวฝาแฝดจอมมารยาทำหน้าตาน่าสงสารจนคนเป็นน้องสาวแทบใจอ่อน
“แต่ว่าเล็ก...” ใบหน้าหวานที่แสดงความอึดอัดใจ ไม่ได้ทำให้ไลลาใจอ่อนลงแม้แต่น้อย สายตาแหลมคมของผู้เป็นพี่สาวยังคงคาดคั้นเอาคำตอบตกลงจากคนที่เป็นน้องด้วยสายตาขอร้องแกมอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร
ทั้งที่ความเป็นจริงสองพี่น้องไม่ค่อยจะพูดคุยกันอย่างสนิทใจเท่าไหร่นัก นั่นเพราะว่านิสัยของสองสาวต่างกันสุดขั้ว
แต่ว่าคราวนี้ไลลามีความจำเป็นต้องพึ่งพาน้องสาวฝาแฝดของเธอจริงๆ หญิงสาวจึงจำเป็นต้องพูดจาดีๆ เพื่อหว่านล้อมให้ครูสาวจอมเปิ่นและแสนเฉิ่ม เข้ามาช่วยในธุระสำคัญของเธอครั้งนี้ให้สำเร็จ
“นะหญิงเล็ก เธอก็รู้ว่างานนี้สำคัญมาก ท่านพ่อได้รับปากท่านอาเอาไว้แล้ว แต่ว่าคนสำคัญของพี่ก็กำลังจะเดินทางมาจากต่างประเทศในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้แล้ว พี่รู้นะว่าหญิงเล็กมีความสามารถไม่ต่างไปจากพี่ นะๆ หญิงเล็ก ช่วยพี่หน่อยนะน้องรัก”
หม่อมราชวงศ์ไลลาจากที่เคยคิดว่าตนเองเก่งกว่าน้องสาวฝาแฝดของเธอมาโดยตลอด และไม่เคยที่จะบอกว่ารักน้องมาก่อน ตอนนี้กลับมาพูดกลับลำเอาดื้อๆ ว่าน้องสาวของเธอเก่งมีความสามารถไม่ต่างกันกับเธอ แล้วยังมาเรียกอารียาว่าน้องรักอีก ซึ่งมันผิดวิสัยของเธอโดยสิ้นเชิง
ต่างกับหม่อมราชวงศ์อารียาที่รักพี่สาวของเธอมาก แม้ว่าบางครั้งไลลาจะชอบพูดจาไม่ค่อยดีกับเธอนัก และมักข่มเธอเป็นประจำ แต่หญิงสาวก็ไม่เคยถือสา และยินดีเสมอที่จะช่วยเหลือพี่สาวของเธอทุกอย่าง แต่ว่างานนี้ครูสาวอย่างเธอรู้สึกลำบากใจจริงๆ นั่นเป็นเพราะเธอเป็นคนที่ไม่ชอบการแสดงที่ต้องอยู่บนเวทีท่ามกลางสายตาของคนดูเยอะๆ
เพราะอารียาเป็นคนเรียบร้อยในสายตาของทุกๆ คน แม้ว่าตัวตนจริงๆ ของเธออาจจะขัดกับบุคลิกหน้าตาไปบ้าง แต่ครูสาวก็ไม่ชอบการแต่งตัวหวือหวาหรือว่ามีสีสันฉูดฉาดเหมือนกับพี่สาวของเธอหรอก ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่ครูสาวคนสวยชอบทำเป็นประจำก็คือ การเก็บซ่อนความสามารถพิเศษบางอย่างเอาไว้กับตัวอย่างมิดชิด น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเธอสามารถทำบางสิ่งบางอย่างที่หลายคนไม่คาดคิดว่าครูสาวทึนทึกแสนเฉิ่มอย่างเธอจะทำได้ นั่นก็คือ การเต้นระบำหน้าท้อง
มีเพียงไลลาเท่านั้น ที่แอบติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ที่เป็นน้องสาวมาโดยตลอด นั่นเพราะความอิจฉาริษยาที่มีอยู่ในตัว ไม่อยากให้น้องสาวดีเด่นมากไปกว่าตัวเอง ดังนั้นอะไรที่ ม.ร.ว.อารียาทำได้ ม.ร.ว.ไลลาก็ต้องทำได้ดีกว่า แต่ว่าการเต้นระบำหน้าท้องต่อให้เธอฝึกฝนยังไง ก็สู้ผู้เป็นน้องสาวไม่ได้ เพราะสิ่งที่เธอทำได้ดีคือการร้องเพลงมากกว่า
“แต่ว่าเล็กร้องเพลงไม่เก่งเหมือนพี่หญิงใหญ่นี่คะ เล็กคงทำไม่ได้หรอกค่ะ” อารียาก้มหน้าก้มตาปฏิเสธด้วยสีหน้าไม่ค่อยจะดีนัก เธอเองก็อยากจะช่วยพี่สาวอยู่หรอก แต่เธอก็ร้องเพลงได้แค่งูๆ ปลาๆ ผิดเนื้อผิดทำนอง ร้องคาราโอเกะก็ไม่เคยจบเพลงสักครั้ง นั่นเป็นเพราะเธอไม่ค่อยมั่นใจในพลังเสียงของตนเองนัก แต่ถ้า...
“เอาอย่างนี้สิ หญิงเล็กไม่ต้องร้องเพลงก็ได้ แสดงโชว์อย่างอื่นก็ได้ ไม่มีใครรู้หรอกว่าคนที่อยู่บนเวทีเป็นหญิงเล็ก ถ้าเราสองคนไม่พูดก็ไม่มีใครรู้ พี่รู้นะว่าหญิงเล็กเต้นเก่ง โดยเฉพาะเต้นระบำหน้าท้อง...”
“พี่หญิงใหญ่รู้ได้ยังไง?!” อารียารู้สึกตกใจไม่น้อย เพราะเรื่องที่เธอแอบไปฝึกเต้นระบำหน้าท้องตั้งแต่เด็กด้วยความชอบส่วนตัว คนในครอบครัวยังไม่มีใครรู้เลย เพราะเธอไม่กล้าบอกใคร
ที่สำคัญเธอไม่ชอบนำความสามารถทางด้านนี้ของเธอไปแสดงโชว์ให้คนอื่นดู ถึงแม้ครูผู้สอนบอกว่าเธอเต้นได้เก่งมากและมีพรสวรรค์ทางด้านการเต้นรำ น่าจะลองโชว์ความสามารถให้คนอื่นดูบ้าง แต่อารียาก็ปฏิเสธมาโดยตลอด
“พี่รู้ก็แล้วกันน่า เธอเป็นน้องรักของพี่นะอย่าลืมสิ เพราะฉะนั้นพี่ย่อมรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับเธอ และอย่าปฏิเสธว่าเธอทำไม่ได้ ถ้าหญิงเล็กรักพี่ หญิงเล็กก็ต้องช่วยพี่ โอเคมั้ย” ไลลาคาดคั้นเอาคำตอบจากร่างบอบบางตรงหน้าอีกครั้งด้วยประโยคที่บีบบังคับน้องสาวของเธอมากขึ้นกว่าเดิม
“ก็ได้ค่ะ แต่ว่าพี่หญิงใหญ่อย่าเอาเรื่องที่เราสลับตัวกันไปบอกใครนะคะ เล็กอายลูกศิษย์ของเล็ก” อารียาตอบอ้อมแอ้มไม่ค่อยจะเต็มเสียงนัก เพราะไม่อาจปฏิเสธพี่สาวคนนี้ของเธอได้
“ได้สิจ๊ะหญิงเล็ก ขอบใจมากนะ หญิงเล็กเป็นน้องสาวที่น่ารักมากที่สุดของพี่เลย”
ม.ร.ว.ไลลาตาโต ม่านตาขยายด้วยความดีใจสุดๆ โผเข้าสวมกอดน้องสาวฝาแฝดด้วยความลิงโลด เพราะงานนี้เธอได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง เธอจึงรีบรับปากน้องสาวว่าจะไม่พูดเรื่องนี้ให้ใครฟัง ขืนพูดไปใครๆ ก็หาว่าเธอโง่น่ะสิ ดีไม่ดีอาจจะถูกท่านพ่อท่านแม่ตำหนิเอาก็เป็นได้
แต่อารียากลับรู้สึกหวาดหวั่นในใจชอบกล เพราะตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่เคยแสดงโชว์ที่ไหนมาก่อนเลย นี่เป็นครั้งแรกที่จะได้ขึ้นโชว์บนเวทีที่ใหญ่มากๆ และงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ก็สำคัญมากด้วย เธอกลัวพลาด กลัวคนอื่นจะจับได้ว่าเป็นเธอเองที่แสดงโชว์แทนไลลา และกลัวว่าจะแสดงโชว์บนเวทีได้ไม่ดีพอ อาจจะทำให้ท่านพ่อและหม่อมแม่ของเธอขายหน้าเอาได้
แต่เพื่อความไม่ประมาท อารียาจึงแอบไปฝึกซ้อมเต้นระบำหน้าท้องอีกครั้งที่สถานฝึกสอน เพราะจากนี้จนถึงเย็นนี้กว่าจะขึ้นแสดงโชว์เธอยังพอมีเวลาอีกตั้งครึ่งค่อนวันที่จะฝึกซ้อมให้มั่นใจ
แม้ว่าคุณครูสอนเต้นของอารียาจะบอกว่าหญิงสาวมีพรสวรรค์มากแค่ไหนก็ตาม แต่สำหรับคนที่ไม่เคยได้แสดงโชว์ความสามารถที่ไหนมาก่อน และไม่เคยคิดว่าตนเองเก่งก็ยังคงต้องฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อไม่ให้ทุกคนขายหน้า พร้อมทั้งไปขอความช่วยเหลือจากคุณครูของเธอในเรื่องการเลือกชุดที่จะขึ้นโชว์ และการแต่งหน้าทำผม และที่จะลืมไม่ได้ก็คือ การขอร้องให้คุณครูของเธอเก็บเรื่องที่เธอจะขึ้นโชว์บนเวทีแทนพี่สาวฝาแฝดเป็นความลับ
แต่งานแสดงโชว์เย็นนี้เธอจะยกเลิกก็ไม่ได้ด้วยสิ เพราะเจ้าของงานเป็นถึง ม.จ.พันฤทธิ์ ธรรมราชเดโชชัย เป็นเพื่อนสนิทของ ม.จ.เกรียงไกร ปัณรัตนกุลชรท่านพ่อของเธอ งานการกุศลครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อหารายได้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมทั่วประเทศ เป็นงานที่พวกคุณหญิงคุณนายที่มียศถาบรรดาศักดิ์มากมายมาร่วมงาน แล้วเธอควรจะทำยังไงดี ในเมื่อเย็นนี้เธอก็มีนัดกับคนสำคัญของเธอเช่นกัน และครั้นจะยกเลิกนัดแฟนหนุ่มก็ไม่ได้ เพราะนานๆ ทีเขาถึงจะมาหา
ไลลาคิดไม่ตก เพราะงานแสดงโชว์ก็สำคัญ เดทกับแฟนหนุ่มวันนี้ก็สำคัญ กระทั่งเห็นคุณครูสาวสวยแสนเฉิ่มที่หน้าตาคล้ายๆ ตนเองเดินเข้ามาในบ้าน คนที่คิดหนักมาเกือบชั่วโมงก็เกิดไอเดียดีๆ ขึ้นมา ไลลา หรือ ม.ร.ว.ไลลา ปัณรัตนกุลชร ก็รีบเดินลงไปหาน้องสาวฝาแฝดของเธอและดึงร่างบางขึ้นมาบนห้องอย่างเร็วรี่
“พี่หญิงใหญ่ ลากเล็กขึ้นมาบนนี้มีอะไรหรือเปล่าคะ” อารียาหน้าตาตื่น เมื่อถามผู้เป็นพี่สาวฝาแฝดของเธอออกไป ไม่รู้ว่าไลลามีธุระอันใดกับเธอ ถึงทำท่ามีลับลมคมนัยแปลกๆ
“หญิงเล็ก พี่มีเรื่องให้น้องช่วย” สีหน้าของไลลาดูเดือดเนื้อร้อนใจเอามากๆ จนอารียาคิดว่าพี่สาวของเธออาจจะกำลังเจอปัญหาใหญ่เข้าจริงๆ
“เรื่องอะไรคะ” ร่างบอบบางแต่ทว่าสมส่วนในชุดกระโปรงเรียบร้อยความยาวถึงหัวเข่าเสื้อผ้าฝ้ายคอกลมแขนตุ๊กตาสีหวานที่ติดกระดุมจนมาถึงต้นคอ สมกับการที่เธอเป็นถึงคุณครูสอนภาษาที่ลูกศิษย์ลูกหาน่าจะเอาเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องของการแต่งกาย
ดวงตากลมโตที่อยู่ใต้กรอบแว่นอันใหญ่ มองมายังผู้เป็นพี่สาวฝาแฝดของเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
ไลลาถอนหายใจออกมาชุดใหญ่ก่อนที่จะเริ่มต้นเล่าถึงเหตุผลและความจำเป็นของเธอ และเรื่องที่ต้องการจะให้น้องสาวฝาแฝดของเธอช่วยเหลือ และพออารียาได้สดับตรับฟังผู้เป็นพี่สาวเล่าตั้งแต่ต้นจนจบก็ถึงกับอ้าปากค้างตาโตยืนนิ่งเป็นหุ่นตะลึงไปหลายวินาที
“หญิงเล็ก เธอต้องช่วยพี่นะ ถ้าเธอไม่ช่วยพี่ต้องตายแน่ๆ” พี่สาวฝาแฝดจอมมารยาทำหน้าตาน่าสงสารจนคนเป็นน้องสาวแทบใจอ่อน
“แต่ว่าเล็ก...” ใบหน้าหวานที่แสดงความอึดอัดใจ ไม่ได้ทำให้ไลลาใจอ่อนลงแม้แต่น้อย สายตาแหลมคมของผู้เป็นพี่สาวยังคงคาดคั้นเอาคำตอบตกลงจากคนที่เป็นน้องด้วยสายตาขอร้องแกมอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร
ทั้งที่ความเป็นจริงสองพี่น้องไม่ค่อยจะพูดคุยกันอย่างสนิทใจเท่าไหร่นัก นั่นเพราะว่านิสัยของสองสาวต่างกันสุดขั้ว
แต่ว่าคราวนี้ไลลามีความจำเป็นต้องพึ่งพาน้องสาวฝาแฝดของเธอจริงๆ หญิงสาวจึงจำเป็นต้องพูดจาดีๆ เพื่อหว่านล้อมให้ครูสาวจอมเปิ่นและแสนเฉิ่ม เข้ามาช่วยในธุระสำคัญของเธอครั้งนี้ให้สำเร็จ
“นะหญิงเล็ก เธอก็รู้ว่างานนี้สำคัญมาก ท่านพ่อได้รับปากท่านอาเอาไว้แล้ว แต่ว่าคนสำคัญของพี่ก็กำลังจะเดินทางมาจากต่างประเทศในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้แล้ว พี่รู้นะว่าหญิงเล็กมีความสามารถไม่ต่างไปจากพี่ นะๆ หญิงเล็ก ช่วยพี่หน่อยนะน้องรัก”
หม่อมราชวงศ์ไลลาจากที่เคยคิดว่าตนเองเก่งกว่าน้องสาวฝาแฝดของเธอมาโดยตลอด และไม่เคยที่จะบอกว่ารักน้องมาก่อน ตอนนี้กลับมาพูดกลับลำเอาดื้อๆ ว่าน้องสาวของเธอเก่งมีความสามารถไม่ต่างกันกับเธอ แล้วยังมาเรียกอารียาว่าน้องรักอีก ซึ่งมันผิดวิสัยของเธอโดยสิ้นเชิง
ต่างกับหม่อมราชวงศ์อารียาที่รักพี่สาวของเธอมาก แม้ว่าบางครั้งไลลาจะชอบพูดจาไม่ค่อยดีกับเธอนัก และมักข่มเธอเป็นประจำ แต่หญิงสาวก็ไม่เคยถือสา และยินดีเสมอที่จะช่วยเหลือพี่สาวของเธอทุกอย่าง แต่ว่างานนี้ครูสาวอย่างเธอรู้สึกลำบากใจจริงๆ นั่นเป็นเพราะเธอเป็นคนที่ไม่ชอบการแสดงที่ต้องอยู่บนเวทีท่ามกลางสายตาของคนดูเยอะๆ
เพราะอารียาเป็นคนเรียบร้อยในสายตาของทุกๆ คน แม้ว่าตัวตนจริงๆ ของเธออาจจะขัดกับบุคลิกหน้าตาไปบ้าง แต่ครูสาวก็ไม่ชอบการแต่งตัวหวือหวาหรือว่ามีสีสันฉูดฉาดเหมือนกับพี่สาวของเธอหรอก ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่ครูสาวคนสวยชอบทำเป็นประจำก็คือ การเก็บซ่อนความสามารถพิเศษบางอย่างเอาไว้กับตัวอย่างมิดชิด น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเธอสามารถทำบางสิ่งบางอย่างที่หลายคนไม่คาดคิดว่าครูสาวทึนทึกแสนเฉิ่มอย่างเธอจะทำได้ นั่นก็คือ การเต้นระบำหน้าท้อง
มีเพียงไลลาเท่านั้น ที่แอบติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ที่เป็นน้องสาวมาโดยตลอด นั่นเพราะความอิจฉาริษยาที่มีอยู่ในตัว ไม่อยากให้น้องสาวดีเด่นมากไปกว่าตัวเอง ดังนั้นอะไรที่ ม.ร.ว.อารียาทำได้ ม.ร.ว.ไลลาก็ต้องทำได้ดีกว่า แต่ว่าการเต้นระบำหน้าท้องต่อให้เธอฝึกฝนยังไง ก็สู้ผู้เป็นน้องสาวไม่ได้ เพราะสิ่งที่เธอทำได้ดีคือการร้องเพลงมากกว่า
“แต่ว่าเล็กร้องเพลงไม่เก่งเหมือนพี่หญิงใหญ่นี่คะ เล็กคงทำไม่ได้หรอกค่ะ” อารียาก้มหน้าก้มตาปฏิเสธด้วยสีหน้าไม่ค่อยจะดีนัก เธอเองก็อยากจะช่วยพี่สาวอยู่หรอก แต่เธอก็ร้องเพลงได้แค่งูๆ ปลาๆ ผิดเนื้อผิดทำนอง ร้องคาราโอเกะก็ไม่เคยจบเพลงสักครั้ง นั่นเป็นเพราะเธอไม่ค่อยมั่นใจในพลังเสียงของตนเองนัก แต่ถ้า...
“เอาอย่างนี้สิ หญิงเล็กไม่ต้องร้องเพลงก็ได้ แสดงโชว์อย่างอื่นก็ได้ ไม่มีใครรู้หรอกว่าคนที่อยู่บนเวทีเป็นหญิงเล็ก ถ้าเราสองคนไม่พูดก็ไม่มีใครรู้ พี่รู้นะว่าหญิงเล็กเต้นเก่ง โดยเฉพาะเต้นระบำหน้าท้อง...”
“พี่หญิงใหญ่รู้ได้ยังไง?!” อารียารู้สึกตกใจไม่น้อย เพราะเรื่องที่เธอแอบไปฝึกเต้นระบำหน้าท้องตั้งแต่เด็กด้วยความชอบส่วนตัว คนในครอบครัวยังไม่มีใครรู้เลย เพราะเธอไม่กล้าบอกใคร
ที่สำคัญเธอไม่ชอบนำความสามารถทางด้านนี้ของเธอไปแสดงโชว์ให้คนอื่นดู ถึงแม้ครูผู้สอนบอกว่าเธอเต้นได้เก่งมากและมีพรสวรรค์ทางด้านการเต้นรำ น่าจะลองโชว์ความสามารถให้คนอื่นดูบ้าง แต่อารียาก็ปฏิเสธมาโดยตลอด
“พี่รู้ก็แล้วกันน่า เธอเป็นน้องรักของพี่นะอย่าลืมสิ เพราะฉะนั้นพี่ย่อมรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับเธอ และอย่าปฏิเสธว่าเธอทำไม่ได้ ถ้าหญิงเล็กรักพี่ หญิงเล็กก็ต้องช่วยพี่ โอเคมั้ย” ไลลาคาดคั้นเอาคำตอบจากร่างบอบบางตรงหน้าอีกครั้งด้วยประโยคที่บีบบังคับน้องสาวของเธอมากขึ้นกว่าเดิม
“ก็ได้ค่ะ แต่ว่าพี่หญิงใหญ่อย่าเอาเรื่องที่เราสลับตัวกันไปบอกใครนะคะ เล็กอายลูกศิษย์ของเล็ก” อารียาตอบอ้อมแอ้มไม่ค่อยจะเต็มเสียงนัก เพราะไม่อาจปฏิเสธพี่สาวคนนี้ของเธอได้
“ได้สิจ๊ะหญิงเล็ก ขอบใจมากนะ หญิงเล็กเป็นน้องสาวที่น่ารักมากที่สุดของพี่เลย”
ม.ร.ว.ไลลาตาโต ม่านตาขยายด้วยความดีใจสุดๆ โผเข้าสวมกอดน้องสาวฝาแฝดด้วยความลิงโลด เพราะงานนี้เธอได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง เธอจึงรีบรับปากน้องสาวว่าจะไม่พูดเรื่องนี้ให้ใครฟัง ขืนพูดไปใครๆ ก็หาว่าเธอโง่น่ะสิ ดีไม่ดีอาจจะถูกท่านพ่อท่านแม่ตำหนิเอาก็เป็นได้
แต่อารียากลับรู้สึกหวาดหวั่นในใจชอบกล เพราะตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่เคยแสดงโชว์ที่ไหนมาก่อนเลย นี่เป็นครั้งแรกที่จะได้ขึ้นโชว์บนเวทีที่ใหญ่มากๆ และงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ก็สำคัญมากด้วย เธอกลัวพลาด กลัวคนอื่นจะจับได้ว่าเป็นเธอเองที่แสดงโชว์แทนไลลา และกลัวว่าจะแสดงโชว์บนเวทีได้ไม่ดีพอ อาจจะทำให้ท่านพ่อและหม่อมแม่ของเธอขายหน้าเอาได้
แต่เพื่อความไม่ประมาท อารียาจึงแอบไปฝึกซ้อมเต้นระบำหน้าท้องอีกครั้งที่สถานฝึกสอน เพราะจากนี้จนถึงเย็นนี้กว่าจะขึ้นแสดงโชว์เธอยังพอมีเวลาอีกตั้งครึ่งค่อนวันที่จะฝึกซ้อมให้มั่นใจ
แม้ว่าคุณครูสอนเต้นของอารียาจะบอกว่าหญิงสาวมีพรสวรรค์มากแค่ไหนก็ตาม แต่สำหรับคนที่ไม่เคยได้แสดงโชว์ความสามารถที่ไหนมาก่อน และไม่เคยคิดว่าตนเองเก่งก็ยังคงต้องฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อไม่ให้ทุกคนขายหน้า พร้อมทั้งไปขอความช่วยเหลือจากคุณครูของเธอในเรื่องการเลือกชุดที่จะขึ้นโชว์ และการแต่งหน้าทำผม และที่จะลืมไม่ได้ก็คือ การขอร้องให้คุณครูของเธอเก็บเรื่องที่เธอจะขึ้นโชว์บนเวทีแทนพี่สาวฝาแฝดเป็นความลับ
Chapter 2
ทันทีที่เฮลิคอปเตอร์ส่วนพระองค์ บินร่อนลงแตะพื้นรันเวย์ของสนามบิสุวรรณภูมิ ชายร่างสูงใหญ่ประมาณ 190 เซนติเมตรก็ก้าวลงมาจากนกยัพร้อมผู้ติดตามอีกสองคนซึ่งมีความสูงพอๆ กับเขา แต่ไม่อาจเทียบรัศมีความหล่อเหลาคมเข้มที่เต็มไปด้วยอำนาจบารมีที่เปล่งประกายออกมาจากร่างของชายหนุ่มที่กำลังเดินนำหน้าทุกคนมาได้
ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเทาอมฟ้า ได้สะกดสายตาของผู้พบเห็นเกือบทุกคนที่เดินผ่านเขาไปมา ดวงตาสีทรายที่เปล่งประกายระยับแฝงไปด้วยความปรารถนาแรงกล้าบางอย่างที่มีเพียงลูกน้องคนสนิทเท่านั้น ที่พอจะเดาออกว่า เวลานี้เจ้านายหนุ่มของพวกเขากำลังคิดเรื่องอะไรอยู่ในใจ
ไม่นานนักทั้งสามคนก็เดินทางมายังโรงแรมสุดหรูที่พวกเขาได้จองเอาไว้ล่วงหน้าแล้วตั้งแต่ก่อนที่จะมาถึงเมืองไทยวันนี้ และเมื่อเข้ามาในห้องพักสุดหรูของโรงแรมแล้ว คำราชาศัพท์ก็ถูกนำมาใช้อีกครั้ง
“อาฟาน”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“เอารูปผู้หญิงคนนั้นมาให้เราดูอีกทีสิ”
อาฟานราชองครักษ์มือขวาของท่านชีควาคิล รีบล้วงเอารูปถ่ายเล็กๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังจับไมค์ร้องเพลงอยู่บนเวทีในชุดวาบหวิวพอสมควรมาให้ชีคหนุ่มได้ทอดพระเนตรอีกครั้ง
“นี่พ่ะย่ะค่ะ ท่านชีค นางสวยมากเลยทีเดียว” อาฟานยื่นภาพผู้หญิงคนนั้นให้เจ้านายหนู่มดูพร้อมทั้งกล่าวชมคนในรูปถ่าย
“อย่ามาชมผู้หญิงแพศยาคนนี้ให้เราได้ยินอีกนะอาฟาน มิเช่นนั้นเราจะตัดลิ้นของเจ้าเสีย ผู้หญิงที่สวยแต่รูปจูบไม่หอมคนนี้ ไม่ควรค่าแห่งคำชมใดๆ ทั้งสิ้น” ชีคหนุ่มตวาดก้องอย่างโมโห ที่ราชองครักษ์หนุ่มบังอาจแสดงความชื่นชมผู้หญิงในรูปนี้ต่อพระพักตร์ของพระองค์
“ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ” อาฟานรีบกล่าวขอโทษขอโพยผู้เป็นนายเหนือหัวสั่นๆ น่าตีปากตัวเองจริงๆ เขาไม่น่าพูดอะไรไม่เข้าท่าออกไปเลย เกือบโดนตัดลิ้นแล้วมั้ยล่ะ
ใบหน้าหล่อเข้มของอาฟานก้มลงขนานกับพื้นทันทีด้วยความสำนึกผิด และหุบปากตนเองสนิทจนอาดัมนึกขำ อาฟานเองก็รู้ทั้งรู้ว่าเจ้านายของตนเองโกรธแค้นผู้หญิงในรูปนี้มากแค่ไหน แต่เขาก็ยังชมเธอต่อหน้าชีคหนุ่มจนได้
“อาดัม” เสียงห้าวกังวานเรียกราชองครักษ์ของพระองค์อีกคนที่สามารถพูดภาษาไทยได้
“พ่ะย่ะค่ะ” อาดัมรีบหันหน้ามาขานรับเจ้านายหนุ่มพร้อมทั้งเตรียมน้อมรับคำสั่งด้วยอาการสงบ
“โทรไปบอกสหายเรา ให้มารับเราที่นี่ตอนหนึ่งทุ่มตรง” ร่างสูงทรงรับสั่งเสียงเข้ม
“พ่ะย่ะค่ะ” อาดัมรับคำสั่งและรีบทำตามพระบัญชาทันที
หลังจากโทรนัดแนะกับพระสหายของพระองค์เรียบร้อยแล้ว ชีควาคิล บินราอิด อันราอูล ก็กำชับให้ราชองครักษ์ทั้งสองคนของพระองค์เตรียมตัวกันให้พร้อม แล้วห้ามใช้คำราชาศัพท์เมื่อเข้าไปในบริเวณงานเด็ดขาด
ณ ห้องแกรนด์บอลรูมสุดหรูอลังการของโรงแรมห้าดาวชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ภายในงานเลี้ยงการกุศลเต็มไปด้วยแขกเหรื่อมากมายที่มาร่วมงานนี้กันอย่างคับคั่ง พวกคุณหญิงคุณนายต่างพากันแต่งตัวกันมาอย่างเต็มยศ เพื่ออวดความร่ำรวยของตนเอง
ในงานมีการแสดงโชว์มากมายจากลูกท่านหลานเธอ ที่ออกมาแสดงความสามารถกันอย่างล้นหลามเพื่อเอาหน้าเอาตาให้แก่ครอบครัว
ราชนิกุลหลายท่านไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายต่างขึ้นแสดงโชว์บนเวทีเพื่อแสดงความสามารถให้ทุกคนได้ชม และเพื่อเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล มีทั้งการเดินแบบเพื่อประมูลเครื่องประดับของพวกคุณหญิงคุณนายที่มียศถาบรรดาศักดิ์สูงๆ มีการร้องเพลง การแสดงมายากล การเต้นรำหลายอย่างมากมายอย่างตระการตา
สายตาคมกริบของผู้ชายคนหนึ่งจับจ้องไปยังบนเวทีตลอดเวลา เพื่อรอดูว่าเมื่อไหร่ การแสดงโชว์ของราชนิกุลสาวที่ชื่อไลลาจะออกมาให้เขาได้ยลโฉมสักที
“อาดัม” ร่างหนาในชุดสูทสีเทาอมฟ้า เอี้ยวตัวมากระซิบเรียกลูกน้องข้างๆ เบาๆ พอให้ได้ยินกันสองคน
“ขอรับ”
“ไหนแกบอกว่า แม่นั่นจะขึ้นแสดงในลำดับต้นๆ ไง ทำไมยังไม่โผล่มาอีกล่ะ”
เพราะชีคหนุ่มนั่งรอชมการแสดงมาเป็นชั่วโมงแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นผู้หญิงที่หน้าคล้ายกับคนในรูปถ่ายโผล่ออกมาร้องเพลงสักที ชีควาคิลอยากจะเห็นเหมือนกันว่า ม.ร.ว.ไลลาจะร้องเพลงได้ไพเราะมากขนาดไหน
“อันนี้ ไม่ทราบจริงๆ ขอรับ” อาดัมตอบ
“แกนี่เป็นลูกน้องที่ใช้ไม่ได้จริงๆ เลยนะ ให้ไปสืบเรื่องแค่นี้ก็ยังทำพลาด” คนเป็นนายดุลูกน้องเสียงเข้ม จนอาดัมต้องรีบก้มหน้ารับความผิดอีกครั้ง
“ขอประทาน เอ๊ย...ขอโทษขอรับเจ้านาย”
ชีคหนุ่มถอนพระปัสสาสะหนักๆ ทันที เพราะพระองค์นั่งรอมานานจนเมื่อยแล้ว เวลาผ่านไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมง จนกระทั่งมาถึงการแสดงโชว์ในชุดสุดท้าย
ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเทาอมฟ้า ได้สะกดสายตาของผู้พบเห็นเกือบทุกคนที่เดินผ่านเขาไปมา ดวงตาสีทรายที่เปล่งประกายระยับแฝงไปด้วยความปรารถนาแรงกล้าบางอย่างที่มีเพียงลูกน้องคนสนิทเท่านั้น ที่พอจะเดาออกว่า เวลานี้เจ้านายหนุ่มของพวกเขากำลังคิดเรื่องอะไรอยู่ในใจ
ไม่นานนักทั้งสามคนก็เดินทางมายังโรงแรมสุดหรูที่พวกเขาได้จองเอาไว้ล่วงหน้าแล้วตั้งแต่ก่อนที่จะมาถึงเมืองไทยวันนี้ และเมื่อเข้ามาในห้องพักสุดหรูของโรงแรมแล้ว คำราชาศัพท์ก็ถูกนำมาใช้อีกครั้ง
“อาฟาน”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“เอารูปผู้หญิงคนนั้นมาให้เราดูอีกทีสิ”
อาฟานราชองครักษ์มือขวาของท่านชีควาคิล รีบล้วงเอารูปถ่ายเล็กๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังจับไมค์ร้องเพลงอยู่บนเวทีในชุดวาบหวิวพอสมควรมาให้ชีคหนุ่มได้ทอดพระเนตรอีกครั้ง
“นี่พ่ะย่ะค่ะ ท่านชีค นางสวยมากเลยทีเดียว” อาฟานยื่นภาพผู้หญิงคนนั้นให้เจ้านายหนู่มดูพร้อมทั้งกล่าวชมคนในรูปถ่าย
“อย่ามาชมผู้หญิงแพศยาคนนี้ให้เราได้ยินอีกนะอาฟาน มิเช่นนั้นเราจะตัดลิ้นของเจ้าเสีย ผู้หญิงที่สวยแต่รูปจูบไม่หอมคนนี้ ไม่ควรค่าแห่งคำชมใดๆ ทั้งสิ้น” ชีคหนุ่มตวาดก้องอย่างโมโห ที่ราชองครักษ์หนุ่มบังอาจแสดงความชื่นชมผู้หญิงในรูปนี้ต่อพระพักตร์ของพระองค์
“ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ” อาฟานรีบกล่าวขอโทษขอโพยผู้เป็นนายเหนือหัวสั่นๆ น่าตีปากตัวเองจริงๆ เขาไม่น่าพูดอะไรไม่เข้าท่าออกไปเลย เกือบโดนตัดลิ้นแล้วมั้ยล่ะ
ใบหน้าหล่อเข้มของอาฟานก้มลงขนานกับพื้นทันทีด้วยความสำนึกผิด และหุบปากตนเองสนิทจนอาดัมนึกขำ อาฟานเองก็รู้ทั้งรู้ว่าเจ้านายของตนเองโกรธแค้นผู้หญิงในรูปนี้มากแค่ไหน แต่เขาก็ยังชมเธอต่อหน้าชีคหนุ่มจนได้
“อาดัม” เสียงห้าวกังวานเรียกราชองครักษ์ของพระองค์อีกคนที่สามารถพูดภาษาไทยได้
“พ่ะย่ะค่ะ” อาดัมรีบหันหน้ามาขานรับเจ้านายหนุ่มพร้อมทั้งเตรียมน้อมรับคำสั่งด้วยอาการสงบ
“โทรไปบอกสหายเรา ให้มารับเราที่นี่ตอนหนึ่งทุ่มตรง” ร่างสูงทรงรับสั่งเสียงเข้ม
“พ่ะย่ะค่ะ” อาดัมรับคำสั่งและรีบทำตามพระบัญชาทันที
หลังจากโทรนัดแนะกับพระสหายของพระองค์เรียบร้อยแล้ว ชีควาคิล บินราอิด อันราอูล ก็กำชับให้ราชองครักษ์ทั้งสองคนของพระองค์เตรียมตัวกันให้พร้อม แล้วห้ามใช้คำราชาศัพท์เมื่อเข้าไปในบริเวณงานเด็ดขาด
ณ ห้องแกรนด์บอลรูมสุดหรูอลังการของโรงแรมห้าดาวชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ภายในงานเลี้ยงการกุศลเต็มไปด้วยแขกเหรื่อมากมายที่มาร่วมงานนี้กันอย่างคับคั่ง พวกคุณหญิงคุณนายต่างพากันแต่งตัวกันมาอย่างเต็มยศ เพื่ออวดความร่ำรวยของตนเอง
ในงานมีการแสดงโชว์มากมายจากลูกท่านหลานเธอ ที่ออกมาแสดงความสามารถกันอย่างล้นหลามเพื่อเอาหน้าเอาตาให้แก่ครอบครัว
ราชนิกุลหลายท่านไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายต่างขึ้นแสดงโชว์บนเวทีเพื่อแสดงความสามารถให้ทุกคนได้ชม และเพื่อเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล มีทั้งการเดินแบบเพื่อประมูลเครื่องประดับของพวกคุณหญิงคุณนายที่มียศถาบรรดาศักดิ์สูงๆ มีการร้องเพลง การแสดงมายากล การเต้นรำหลายอย่างมากมายอย่างตระการตา
สายตาคมกริบของผู้ชายคนหนึ่งจับจ้องไปยังบนเวทีตลอดเวลา เพื่อรอดูว่าเมื่อไหร่ การแสดงโชว์ของราชนิกุลสาวที่ชื่อไลลาจะออกมาให้เขาได้ยลโฉมสักที
“อาดัม” ร่างหนาในชุดสูทสีเทาอมฟ้า เอี้ยวตัวมากระซิบเรียกลูกน้องข้างๆ เบาๆ พอให้ได้ยินกันสองคน
“ขอรับ”
“ไหนแกบอกว่า แม่นั่นจะขึ้นแสดงในลำดับต้นๆ ไง ทำไมยังไม่โผล่มาอีกล่ะ”
เพราะชีคหนุ่มนั่งรอชมการแสดงมาเป็นชั่วโมงแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นผู้หญิงที่หน้าคล้ายกับคนในรูปถ่ายโผล่ออกมาร้องเพลงสักที ชีควาคิลอยากจะเห็นเหมือนกันว่า ม.ร.ว.ไลลาจะร้องเพลงได้ไพเราะมากขนาดไหน
“อันนี้ ไม่ทราบจริงๆ ขอรับ” อาดัมตอบ
“แกนี่เป็นลูกน้องที่ใช้ไม่ได้จริงๆ เลยนะ ให้ไปสืบเรื่องแค่นี้ก็ยังทำพลาด” คนเป็นนายดุลูกน้องเสียงเข้ม จนอาดัมต้องรีบก้มหน้ารับความผิดอีกครั้ง
“ขอประทาน เอ๊ย...ขอโทษขอรับเจ้านาย”
ชีคหนุ่มถอนพระปัสสาสะหนักๆ ทันที เพราะพระองค์นั่งรอมานานจนเมื่อยแล้ว เวลาผ่านไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมง จนกระทั่งมาถึงการแสดงโชว์ในชุดสุดท้าย
Chapter 3
พิธีกรสาวที่อยู่บนเวทีก็ประกาศด้วยเสียงหวานๆ ว่า การแสดงลำดับต่อไป จะเป็นการแสดงโชว์ชุดพิเศษที่ทุกคนไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน จากราชนิกุลสาว หม่อมราชวงศ์ไลลา ปัณรัตนกุลชร ก็ทำให้สายตาทุกคู่ของผู้ที่มาร่วมงานจับจ้องไปยังบนเวทีที่ตอนนี้หรี่แสงไฟลงจนสลัว แล้วปรากฏแสงไฟสว่างจ้าเป็นวงกลมสาดส่องไปที่ร่างอรชรร่างหนึ่งซึ่งกำลังยืนอยู่ตรงกลางเวที พร้อมกับเสียงดนตรีเร้าใจก็เริ่มขึ้น
ร่างโปร่งอรชรในชุดนางระบำสีทองอร่ามที่ประดับประดาไปด้วยอัญมณีหลากสีที่ปักระบายลงบนเนื้อผ้าที่ตัดเย็บออกมาได้พอดีตัว เน้นส่วนเว้าส่วนโค้งบนเรือนร่างงดงามไร้ที่ติ
และยังมีสร้อยสีทองระยับห้อยระย้าลงมาอย่างสวยงาม ทั้งบริเวณชายเสื้อที่โชว์หน้าท้องขาวเนียนแบนราบและขอบเอวของชุดสวย แล้วบนศีรษะยังมีสร้อยทองคำขาวเส้นเล็กๆ เปล่งแสงระยิบระยับคล้องอยู่บนเส้นผมดกดำที่มัดขึ้นไปเป็นหางม้าพร้อมกับเพชรน้ำงามรูปหยดน้ำห้อยระย้าลงมาบนหน้าผากมนได้รูป ดูแล้วช่างสวยงามจับตายิ่งนัก
อารียาพยายามคิดว่าตนเองกำลังเต้นรำอยู่คนเดียวบนเวที ข้างล่างไม่มีใครมอง เธอกำลังเต้นระบำหน้าท้องเพื่อออกกำลังกายตามปกติเหมือนอย่างที่เธอเคยเต้นรำเป็นประจำกับครูฝึกสอน ตั้งใจเต้นรำด้วยใจรัก วาดลีลาพลิ้วไหวไปตามจังหวะดนตรีที่เร้าใจเหมือนมีเวทมนต์ มีความสุขไปกับการเต้นระบำหน้าท้องที่เธอโปรดปรานนักหนามาตั้งแต่เยาว์วัย
นักเต้นระบำสาวโยกย้ายส่ายสะโพกอย่างเป็นธรรมชาติ พลิ้วไหวดุจดอกไม้ต้องสายฝน และโอนอ่อนดั่งยอดไม้ที่ลู่ลม ในบางครั้งก็เข้มแข็งดึงดูดสายตาทุกคู่ให้มองเธอแต่เพียงผู้เดียว
รอยยิ้มบางๆ บนเรียวหน้าสวยหวาน ที่บ่งบอกว่าเธอกำลังมีความสุขกับการเต้นระบำ ทำให้ผู้ชมที่อยู่ด้านล่างเวที ต่างมองเธอด้วยความรู้สึกผ่อนคลายและสำราญใจ ราวกับกำลังตกอยู่ในห้วงความฝัน ซึ่งมีนางฟ้าแสนสวยมาร่ายรำอยู่ตรงหน้า ทุกคนตะลึงมองทุกจังหวะการเต้นรำของอารียาด้วยความทึ่งในความสามารถของเธอไปตามๆ กัน
หลายคนคงไม่อยากให้การแสดงของหญิงสาวสิ้นสุดลง รวมทั้งชีควาคิลก็รู้สึกไม่ต่างกัน ชีคหนุ่มกำลังตะลึงมองแม่เทพธิดาแสนสวยร่ายรำสะกดพระทัยพระองค์อย่างไม่อาจละสายพระเนตรไปจากเธอได้
“เธอเต้นรำเก่งมาก ไลลา’ แต่ชีคหนุ่มทรงหารู้ไม่ว่า ผู้หญิงที่เต้นรำอยู่บนเวทีนั้นหาใช่ ม.ร.ว.ไลลาอย่างที่พระองค์ทรงเข้าใจ แต่เธอคือ ม.ร.ว.อารียาต่างหาก
และทุกคนในห้องแกรนด์บอลรูมต่างก็คิดว่านักเต้นระบำหน้าท้องสาวสวยที่แสดงโชว์อยู่บนเวทีคือ ม.ร.ว.ไลลาทั้งนั้น ไม่มีใครเอะใจสักนิดว่าเธอคือ ม.ร.ว.อารียาครูสาวแสนเฉิ่มที่เพิ่งลอกคราบมาหมาดๆ
นักเต้นระบำหน้าท้องที่พบเห็นทั่วไป น้อยคนนักที่จะเต้นรำออกมาสวยงามเป็นธรรมชาติ แต่ผู้หญิงคนนี้เต้นรำได้ดีมากและพลิ้วไหวสวยงามเร้าใจมากกว่านักเต้นระบำหน้าท้องที่ดาร์บูย่าเสียอีก
‘มิน่าล่ะ’ ชีควาคิลรำพึงในพระทัย
องค์รัชทายาทหนุ่มแห่งประเทศดาร์บูย่าเพิ่งจะประจักษ์แก่สายพระเนตรวันนี้นี่เองว่าทำไม ผู้หญิงคนนี้ถึงสามารถกำพระหทัยของชีคกาเล็ดแห่งประเทศแซนเทียร่าได้ หล่อนสวยมากอย่างนี้นี่เอง แต่ความสวยของหล่อนจะมีประโยชน์มากกว่านี้ ถ้าได้ไปอยู่ในฮาเร็มของพระองค์
‘มันช่วยไม่ได้นะไลลา ถ้าผู้ชายที่เจ้าคบอยู่ไม่ใช่ชีคกาเล็ด เราคงไม่คิดที่จะทำลายอนาคตอันสดใสของเจ้า’
เจ้าแห่งทะเลทรายดาร์บูย่า รำพึงรำพรรณในพระทัยกับองค์เอง สายพระเนตรแสนเสน่ห์ ยังคงจับจ้องไปยังร่างอรชรอ้อนแอ้นในชุดนางระบำไม่วางตา และจินตนาการไปว่า ถ้าหากหญิงสาวไปเต้นรำอยู่ในห้องพระบรรทมของพระองค์ก็คงจะดีไม่น้อย
ชีคหนุ่มในคราบของนักธุรกิจใหญ่ซึ่งน้อยคนนักที่จะเคยเห็นหน้าเขา มองไปบนเวทีที่กำลังมีสาวน้อยรูปร่างหน้าตาสวยสะพรั่งเต้นระบำหน้าท้องด้วยท่วงท่าที่อ่อนช้อยงดงามอยู่บนนั้นด้วยสายตาคมกล้าไม่กะพริบ และเผลอยิ้มออกมาทุกครั้งเมื่อสบตากับเธอ แต่ทว่าสาวน้อยก็เหมือนไม่ได้สนใจใคร คล้ายกับเธอกำลังอยู่ในโลกของตัวเองเสียมากกว่า
และเมื่อการแสดงของราชนิกุลสาวจบลง เสียงปรบมือก็ดังเกรียวกราวเนิ่นนาน เพราะทุกคนรู้สึกชื่นชมและประทับใจในการแสดงโชว์ของเธอมากนั่นเอง
ม.ร.ว.อารียาย่อกายลงเล็กน้อยแล้วพนมมือไหว้ขอบคุณทุกคนด้วยกิริยาที่อ่อนช้อยงดงาม ทำให้ม.จ.เกรียงไกร กับหม่อมอรวรา ยิ้มแก้มแทบปริรู้สึกภูมิใจในตัวของธิดาสาวของพวกเขามากที่สุด
หลังจากนั้นไม่กี่นาที พิธีกรก็ได้กล่าวเปิดการประมูลสร้อยทองคำขาวประดับเพชรที่อยู่บนศีรษะของ ม.ร.ว.อารียา และการประมูลก็เริ่มต้นที่ สามล้านบาท
“ผมให้ห้าล้าน!” ชายคนหนึ่งในชุดสูทสีน้ำตาลทองยกมือขึ้น ท่าทางเขาคงจะรวยมากทีเดียว
“มีใครจะให้มากกว่านี้มั้ยครับ” พิธีกรหนุ่มถามขึ้นด้วยน้ำเสียงกระตุ้นอยู่ในที
“เดี๊ยนให้แปดล้าน” ร่างสวยสมวัยท้วมเล็กน้อยในชุดผ้าไหมแท้ ที่บนลำคอ ข้อแขนของเธอประดับไปด้วยสร้อยเพชรที่ส่องประกายวิบวับจนแสบตาคนที่นั่งข้างๆ เธอยกมือขึ้นประมูลในราคาที่สูงขึ้นไปอีก
อารียายืนอยู่บนเวทีด้วยอาการหวั่นวิตกอยู่ตลอดเวลา หญิงสาวเริ่มออกอาการประหม่ามากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อชุดที่เธอสวมใส่มันทำให้สายตาของพวกผู้ชายหลายคู่พากันจับจ้องมองมาที่เธอราวกับจะกลืนกิน
ครูสาวที่แสนจะขี้อายอยากให้การประมูลนี้เสร็จสิ้นลงโดยไว เพื่อที่เธอจะได้ไปเปลี่ยนชุดที่ค่อนข้างโป๊ไปในความคิดของเธอออก ดวงตาสวยซึ้งกวาดสายตาไปรอบๆ งาน เมื่อพิธีกรถามทุกคนเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ เธอก็จำไม่ได้
“มีใครจะให้มากกว่านี้มั้ยครับ”
ชีควาคิลซึ่งไม่อยากจะเสียเวลาไปมากกว่านี้ จึงทรงรับสั่งให้อาดัมยกมือขึ้นประมูลทันทีในราคาที่สูงลิ่ว
“ผมให้ ยี่สิบล้าน!” สิ้นเสียงกังวานของอาดัม ทำให้ทุกคนก็หันมามองเขาเป็นตาเดียว รวมทั้งอารียาด้วยที่หันไปมองคนสุดท้ายที่ประมูลสร้อยประดับเพชรบนศีรษะของเธอ
แต่ทว่าสายตาคู่สวยกลับไปสะดุดเข้ากับสายตาคมกล้าของใครอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ อาดัมแทน ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองมาที่เธอนิ่งนานเช่นกัน มันทำให้อารียารู้สึกใจเต้นแปลกๆ ที่ได้สบประสานสายตาคมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกนคู่นั้น จนทำให้ร่างบางคล้ายจะเป็นอัมพาตไปชั่วครู่
แล้วการประมูลก็สิ้นสุดลงเพียงเท่านั้น อาดัมคือผู้ที่ได้รับสร้อยทองคำขาวประดับเพชรไป ซึ่งเป็นไปตามความประสงค์ของชีควาคิลที่ต้องการให้การประมูลนี้จบสิ้นเสียที เพื่อที่ชีคหนุ่มจะได้ดำเนินการบางอย่างให้สำเร็จโดยเร็ว
“เริ่มลงมือได้” สิ้นกระแสรับสั่ง ราชองครักษ์ทั้งสองคนก็เริ่มปฏิบัติการณ์ตามแผนที่เจ้านายเหนือหัวของพวกเขาได้วางเอาไว้อย่างรวดเร็ว และไร้ร่องรอย
ไฟฟ้าทุกดวงในห้องแกรนด์บอลรูมดับวูบลงทันที เมื่อร่างสูงสง่าในสูทสีเทาอมฟ้ายืนขึ้น เสียงเอะอะโวยวายโกลาหลอลหม่านไปทั่วห้องโถงใหญ่ และช่วงเวลาที่ไฟดับ คงไม่มีใครรู้ว่าได้มีใครบางคนได้หายตัวไปแล้วอย่างลึกลับ
ร่างโปร่งอรชรในชุดนางระบำสีทองอร่ามที่ประดับประดาไปด้วยอัญมณีหลากสีที่ปักระบายลงบนเนื้อผ้าที่ตัดเย็บออกมาได้พอดีตัว เน้นส่วนเว้าส่วนโค้งบนเรือนร่างงดงามไร้ที่ติ
และยังมีสร้อยสีทองระยับห้อยระย้าลงมาอย่างสวยงาม ทั้งบริเวณชายเสื้อที่โชว์หน้าท้องขาวเนียนแบนราบและขอบเอวของชุดสวย แล้วบนศีรษะยังมีสร้อยทองคำขาวเส้นเล็กๆ เปล่งแสงระยิบระยับคล้องอยู่บนเส้นผมดกดำที่มัดขึ้นไปเป็นหางม้าพร้อมกับเพชรน้ำงามรูปหยดน้ำห้อยระย้าลงมาบนหน้าผากมนได้รูป ดูแล้วช่างสวยงามจับตายิ่งนัก
อารียาพยายามคิดว่าตนเองกำลังเต้นรำอยู่คนเดียวบนเวที ข้างล่างไม่มีใครมอง เธอกำลังเต้นระบำหน้าท้องเพื่อออกกำลังกายตามปกติเหมือนอย่างที่เธอเคยเต้นรำเป็นประจำกับครูฝึกสอน ตั้งใจเต้นรำด้วยใจรัก วาดลีลาพลิ้วไหวไปตามจังหวะดนตรีที่เร้าใจเหมือนมีเวทมนต์ มีความสุขไปกับการเต้นระบำหน้าท้องที่เธอโปรดปรานนักหนามาตั้งแต่เยาว์วัย
นักเต้นระบำสาวโยกย้ายส่ายสะโพกอย่างเป็นธรรมชาติ พลิ้วไหวดุจดอกไม้ต้องสายฝน และโอนอ่อนดั่งยอดไม้ที่ลู่ลม ในบางครั้งก็เข้มแข็งดึงดูดสายตาทุกคู่ให้มองเธอแต่เพียงผู้เดียว
รอยยิ้มบางๆ บนเรียวหน้าสวยหวาน ที่บ่งบอกว่าเธอกำลังมีความสุขกับการเต้นระบำ ทำให้ผู้ชมที่อยู่ด้านล่างเวที ต่างมองเธอด้วยความรู้สึกผ่อนคลายและสำราญใจ ราวกับกำลังตกอยู่ในห้วงความฝัน ซึ่งมีนางฟ้าแสนสวยมาร่ายรำอยู่ตรงหน้า ทุกคนตะลึงมองทุกจังหวะการเต้นรำของอารียาด้วยความทึ่งในความสามารถของเธอไปตามๆ กัน
หลายคนคงไม่อยากให้การแสดงของหญิงสาวสิ้นสุดลง รวมทั้งชีควาคิลก็รู้สึกไม่ต่างกัน ชีคหนุ่มกำลังตะลึงมองแม่เทพธิดาแสนสวยร่ายรำสะกดพระทัยพระองค์อย่างไม่อาจละสายพระเนตรไปจากเธอได้
“เธอเต้นรำเก่งมาก ไลลา’ แต่ชีคหนุ่มทรงหารู้ไม่ว่า ผู้หญิงที่เต้นรำอยู่บนเวทีนั้นหาใช่ ม.ร.ว.ไลลาอย่างที่พระองค์ทรงเข้าใจ แต่เธอคือ ม.ร.ว.อารียาต่างหาก
และทุกคนในห้องแกรนด์บอลรูมต่างก็คิดว่านักเต้นระบำหน้าท้องสาวสวยที่แสดงโชว์อยู่บนเวทีคือ ม.ร.ว.ไลลาทั้งนั้น ไม่มีใครเอะใจสักนิดว่าเธอคือ ม.ร.ว.อารียาครูสาวแสนเฉิ่มที่เพิ่งลอกคราบมาหมาดๆ
นักเต้นระบำหน้าท้องที่พบเห็นทั่วไป น้อยคนนักที่จะเต้นรำออกมาสวยงามเป็นธรรมชาติ แต่ผู้หญิงคนนี้เต้นรำได้ดีมากและพลิ้วไหวสวยงามเร้าใจมากกว่านักเต้นระบำหน้าท้องที่ดาร์บูย่าเสียอีก
‘มิน่าล่ะ’ ชีควาคิลรำพึงในพระทัย
องค์รัชทายาทหนุ่มแห่งประเทศดาร์บูย่าเพิ่งจะประจักษ์แก่สายพระเนตรวันนี้นี่เองว่าทำไม ผู้หญิงคนนี้ถึงสามารถกำพระหทัยของชีคกาเล็ดแห่งประเทศแซนเทียร่าได้ หล่อนสวยมากอย่างนี้นี่เอง แต่ความสวยของหล่อนจะมีประโยชน์มากกว่านี้ ถ้าได้ไปอยู่ในฮาเร็มของพระองค์
‘มันช่วยไม่ได้นะไลลา ถ้าผู้ชายที่เจ้าคบอยู่ไม่ใช่ชีคกาเล็ด เราคงไม่คิดที่จะทำลายอนาคตอันสดใสของเจ้า’
เจ้าแห่งทะเลทรายดาร์บูย่า รำพึงรำพรรณในพระทัยกับองค์เอง สายพระเนตรแสนเสน่ห์ ยังคงจับจ้องไปยังร่างอรชรอ้อนแอ้นในชุดนางระบำไม่วางตา และจินตนาการไปว่า ถ้าหากหญิงสาวไปเต้นรำอยู่ในห้องพระบรรทมของพระองค์ก็คงจะดีไม่น้อย
ชีคหนุ่มในคราบของนักธุรกิจใหญ่ซึ่งน้อยคนนักที่จะเคยเห็นหน้าเขา มองไปบนเวทีที่กำลังมีสาวน้อยรูปร่างหน้าตาสวยสะพรั่งเต้นระบำหน้าท้องด้วยท่วงท่าที่อ่อนช้อยงดงามอยู่บนนั้นด้วยสายตาคมกล้าไม่กะพริบ และเผลอยิ้มออกมาทุกครั้งเมื่อสบตากับเธอ แต่ทว่าสาวน้อยก็เหมือนไม่ได้สนใจใคร คล้ายกับเธอกำลังอยู่ในโลกของตัวเองเสียมากกว่า
และเมื่อการแสดงของราชนิกุลสาวจบลง เสียงปรบมือก็ดังเกรียวกราวเนิ่นนาน เพราะทุกคนรู้สึกชื่นชมและประทับใจในการแสดงโชว์ของเธอมากนั่นเอง
ม.ร.ว.อารียาย่อกายลงเล็กน้อยแล้วพนมมือไหว้ขอบคุณทุกคนด้วยกิริยาที่อ่อนช้อยงดงาม ทำให้ม.จ.เกรียงไกร กับหม่อมอรวรา ยิ้มแก้มแทบปริรู้สึกภูมิใจในตัวของธิดาสาวของพวกเขามากที่สุด
หลังจากนั้นไม่กี่นาที พิธีกรก็ได้กล่าวเปิดการประมูลสร้อยทองคำขาวประดับเพชรที่อยู่บนศีรษะของ ม.ร.ว.อารียา และการประมูลก็เริ่มต้นที่ สามล้านบาท
“ผมให้ห้าล้าน!” ชายคนหนึ่งในชุดสูทสีน้ำตาลทองยกมือขึ้น ท่าทางเขาคงจะรวยมากทีเดียว
“มีใครจะให้มากกว่านี้มั้ยครับ” พิธีกรหนุ่มถามขึ้นด้วยน้ำเสียงกระตุ้นอยู่ในที
“เดี๊ยนให้แปดล้าน” ร่างสวยสมวัยท้วมเล็กน้อยในชุดผ้าไหมแท้ ที่บนลำคอ ข้อแขนของเธอประดับไปด้วยสร้อยเพชรที่ส่องประกายวิบวับจนแสบตาคนที่นั่งข้างๆ เธอยกมือขึ้นประมูลในราคาที่สูงขึ้นไปอีก
อารียายืนอยู่บนเวทีด้วยอาการหวั่นวิตกอยู่ตลอดเวลา หญิงสาวเริ่มออกอาการประหม่ามากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อชุดที่เธอสวมใส่มันทำให้สายตาของพวกผู้ชายหลายคู่พากันจับจ้องมองมาที่เธอราวกับจะกลืนกิน
ครูสาวที่แสนจะขี้อายอยากให้การประมูลนี้เสร็จสิ้นลงโดยไว เพื่อที่เธอจะได้ไปเปลี่ยนชุดที่ค่อนข้างโป๊ไปในความคิดของเธอออก ดวงตาสวยซึ้งกวาดสายตาไปรอบๆ งาน เมื่อพิธีกรถามทุกคนเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ เธอก็จำไม่ได้
“มีใครจะให้มากกว่านี้มั้ยครับ”
ชีควาคิลซึ่งไม่อยากจะเสียเวลาไปมากกว่านี้ จึงทรงรับสั่งให้อาดัมยกมือขึ้นประมูลทันทีในราคาที่สูงลิ่ว
“ผมให้ ยี่สิบล้าน!” สิ้นเสียงกังวานของอาดัม ทำให้ทุกคนก็หันมามองเขาเป็นตาเดียว รวมทั้งอารียาด้วยที่หันไปมองคนสุดท้ายที่ประมูลสร้อยประดับเพชรบนศีรษะของเธอ
แต่ทว่าสายตาคู่สวยกลับไปสะดุดเข้ากับสายตาคมกล้าของใครอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ อาดัมแทน ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองมาที่เธอนิ่งนานเช่นกัน มันทำให้อารียารู้สึกใจเต้นแปลกๆ ที่ได้สบประสานสายตาคมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกนคู่นั้น จนทำให้ร่างบางคล้ายจะเป็นอัมพาตไปชั่วครู่
แล้วการประมูลก็สิ้นสุดลงเพียงเท่านั้น อาดัมคือผู้ที่ได้รับสร้อยทองคำขาวประดับเพชรไป ซึ่งเป็นไปตามความประสงค์ของชีควาคิลที่ต้องการให้การประมูลนี้จบสิ้นเสียที เพื่อที่ชีคหนุ่มจะได้ดำเนินการบางอย่างให้สำเร็จโดยเร็ว
“เริ่มลงมือได้” สิ้นกระแสรับสั่ง ราชองครักษ์ทั้งสองคนก็เริ่มปฏิบัติการณ์ตามแผนที่เจ้านายเหนือหัวของพวกเขาได้วางเอาไว้อย่างรวดเร็ว และไร้ร่องรอย
ไฟฟ้าทุกดวงในห้องแกรนด์บอลรูมดับวูบลงทันที เมื่อร่างสูงสง่าในสูทสีเทาอมฟ้ายืนขึ้น เสียงเอะอะโวยวายโกลาหลอลหม่านไปทั่วห้องโถงใหญ่ และช่วงเวลาที่ไฟดับ คงไม่มีใครรู้ว่าได้มีใครบางคนได้หายตัวไปแล้วอย่างลึกลับ