แรงเสน่หาของอดีตภรรยา
Language: th
/0/2331/coverbig.jpg?v=395ca40b47714f13bfd90b3d089c661f)
นรีรัตน์ตอบตกลงทำตามสัญญาที่ว่าเธอจะแต่งงานกับชยุดและต้องมีลูกกับเขาภายในเวลาหนึ่งปี มิเช่นนั้น เธอจะต้องสูญเสียทุกอย่างในชีวิตของเธอไป แต่การกระทำมักทำยากกว่าคำพูดเสมอ การที่เธอต้องเผชิญกับการถูกกลั่นแกล้งให้ขายหน้าวันแล้ววันเล่า จนที่สุดเธอหมดความอดทนและไม่อยากจะยอมก้มหัวอย่างคนพ่ายแพ้อีกต่อไป ในวันที่เขาประสบอุบัติเหตุ เธอได้อุทิศเสียสละโดยไม่ได้นึกถึงความปลอดภัยของตนเองเพื่อช่วยชีวิตของเขาไว้ ถึงแม้ว่าในตอนนี้เธอยังคงมีชีวิตอยู่ แต่ในอีกไม่ช้าเธอจะหายตัวไปจากชีวิตของเขา ตราบจนถึงเวลาที่ลูกของพวกเขาเติบโตขึ้นมา และเมื่อถึงเวลานั้นโชคชะตาจะพัดพาให้พวกเขากลับพันผูกกันอีกครั้ง…
Available chapters
Chapter 1
ในห้องนอนที่ใหญ่กว้าง มีเสียงโทรศัพท์จากโต๊ะข้างเตียงที่ประณีต ดังอย่างไม่ยอมหยุด ทำให้ นรีรัตน์ ทวีศักด์สกุล รำคาญจนทนไม่ได้
เธอพยายามคว้าผ้าปูที่นอนที่ทับอยู่ใต้ร่าง ขณะที่เธอตะคอกชายที่อยู่ข้างเธอ “ชยุด คุณ–” ก่อนที่เธอจะพูดจบ ชายคนนั้นก็ทำให้เธอครางด้วยความอิ่มเอม
เธอยังไม่ทันได้พูดจบเลย ผู้ชายคนนั้นก็ทำให้เสียงโทษของเธอกลายเป็นการหายใจหืด ๆ แทน
ร่างของเธออ่อนระทวยราวกับขี้ผึ้งลนไฟ เมื่ออยู่ภายใต้ร่างของเขา
ชายคนนั้นค่อย ๆ เขยิบตัวออกจากร่างของนรีรัตน์ เขาบิดขี้เกียจก่อนยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ข้างโต๊ะ
“ที่รัก เดี๋ยวพี่ลงมาหาจ้ะ “ตัวเองรออยู่ที่ห้องนั่งเล่นแล้วใช่มั้ยจ้ะ” เขาชงักไปชั่วครู่ก่อนผงกศีรษะ “งั้นพี่ขออาบน้ำแต่งตัวก่อนค่อยลงไปนะ รักนะ”
ผู้ชายที่อยู่ข้างเธอสูงชะลูด ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ มัดกล้ามของเขาช่างยั่วยวนและเซ็กซี่ โดยเฉพาะตอนที่เหงื่อไหลลู่ไปตามผิวอันเงางามของเขา ดวงตาของเขานั้นดูแสนจะอบอุ่นและเป็นมิตร เต็มไปด้วยความเสน่ห์และความเอาใจใส่
แต่นรีรัตน์รู้ดีว่า ความรู้สึกนั้นเขาไม่ได้จะมอบให้เธอ
ความอ่อนโยนของเขา มีคนๆ เดียวเท่านั้นที่ได้จับจองเป็นเจ้าของ
เมื่อได้ยินเสียงอันนุ่มนวล เธอถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
นรีรัตน์หยิบผ้าห่มที่ร่วงลงบนพื้นขึ้นมาห่อตัวอย่างเย็นชาขณะที่ชยุดก้าวเท้าไปอาบน้ำ
ประตูห้องน้ำเปิดอยู่ และส่งเสียงน้ำ“หัวๆ” ออกมา
เธอกวาดสายตามองไปรอบห้อง ของตกแต่งทุกชิ้นนำเข้ามาจากประเทศ D เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ เป็นของหรูทั้งนั้น
นี่เป็นห้องนอนห้องหนึ่งของวิลล่าตระกูลเกียรติโรจนปรีชา แต่สำหรับนรีรัตน์แล้วมันไม่ต่างไปจากพวกโรงแรมห้าดาวที่เธอเคยพักเลยแม้แต่น้อย
“ลงไปถ่ายรูปให้ผมด้วย” ชยุดเดินออกมาจากห้องน้ำขณะที่เธอมัวแต่เหม่อมองไปรอบ ๆ ห้อง
น้ำเสียงของเขาดูเย็นชา เธอเป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่งที่เขาเล่นเสร็จแล้วก็ทิ้งไป
ที่แท้จริงแล้ว เขาเกียจเธอมาก ถึงแม้ว่าเธอเป็นภรรยาของเขา แต่เขากลับไม่มีความรู้สึกใดๆ กับเธอ และไม่เห็นคุณค่าในตัวเธอเลย
เหตุผลเดียวที่ทำให้พวกเขาต้องทนอยู่ด้วยกัน ก็เพื่อทำตามข้อตกลงที่ทั้งสองได้ทำไว้ ทั้งหมดที่เธอต้องทำ คือต้องเข้านอนกับเขาในเวลาที่สั่งไว้ในทุกๆ วัน ข้อตกลงในสัญญาระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เธอต้องตั้งครรภ์ภายในปี
หากเธอไม่สามารถให้กำเนิดลูกให้เขาได้ หุ้น AN กรุ๊ปที่เธอถืออยู่ทั้งหมด จะถูกยึดคืนและเธอคงไม่มีตัวเลือกอื่นเสีย นอกจาก ต้องถูกไล่ออกไปจากเมือง A
AN กรุ๊ปเป็นบริษัทชั้นนำบนหน้านิตยสารฟอร์บส์ ที่ทะยานสู่จุดสูงสุดของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ จนไม่มีบริษัทไหนทัดเทียมได้
ชยุด เกียรติโรจนปรีชา ประธานของบริษัท เป็นตำนานผู้ก่อตั้ง ตอนที่อายุเพียง 17 ปี เขาได้ทำกำไรสุทธิเครือ AN กรุ๊ปได้เป็นสองเท่า ส่งผลให้บริษัททะยานจากอันดับที่ 7 ไปสู่อันดับ 1 ในการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์
เขาได้รับฉายาอย่างต่อเนื่องมาเป็นสามจากนิตยสาร《บุคคลตำนานในโลก》ว่า ‘ชายผู้ที่หญิงสาวทั้งโลกอยากจะแต่งงานด้วยมากที่สุด’ เขายังได้รับฉายาอีกว่า ‘ชายผู้เป็นตำนานกล่าวขานไปทั่วโลก’
เมื่อฟังจากน้ำเสียง นรีรัตน์รู้ว่าคนรักของเขาต้องรออยู่ที่ชั้นล่างแล้วเป็นแน่
“ฉันถ่ายรูปไม่ค่อยเก่งนะคะ” เธอตอบอย่างเย็นชา
“ผมบอกให้เธอถ่าย เธอก็ต้องถ่ายจะพูดมากทำไม” เขาจ้องเข็มงไปที่เธอ สายตาของเขาเย็นเฉียบราวกับค่ำคืนอันเหน็บหนาว “ปัญญาของเธอไม่ได้เรื่องขนาดนั้นเลยหรือ แค่โทรศัพท์ก็ใช้ไม่เป็นรึไง ถ้าอย่างงั้นตำแหน่งรองประธานบริษัท AN กรุ๊ปก็คงไม่เหมาะกับเธอหรอก”
“นี่คุณ!” ความโมโหเดือดพล่านในใจ เธอกัดฟันกรอดจนเสียงลอดออกมา
ชยุดก้าวเท้าออกห้องไป โดยไม่แม้แต่จะชายตามองไปที่เธอ “อย่าลืมละ คุณมีนัดทานอาหารเย็นที่สวรรค์เพลสคืนนี้ ถ้าไปช้าและทำทุกอย่างพังละก็นะ คุณจะต้องชดใช้เองนะ”
นรีรัตน์กำหมัดของเธอไว้แน่น ขณะที่จ้องร่างของเขาที่ค่อยๆ เลือนหายไป สำหรับเขาแล้วไม่มีใครสำคัญกว่าสุดที่รักของเขา
เธอค่อยๆ คลายมือออกแล้วเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเพื่อแต่งตัว
เพื่อให้ได้หุ้นส่วน เธอต้องอดทนกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ เธอยังคงคาดหวังเรื่องอีกอย่างหนึง จริงๆแล้ว เธอมีแต่เป้าหมายเดียวนี้หรือ ที่แท้จริง ในใจเธอ ยังมีความหวังหนึ่งคอยรออยู่
ดวงตาของเธอเด็มไปด้วยความเศร้าโศก
หลังจากนั้นไม่นาน นรีรัตน์ก็สวมชุดกระโปรงยาวอย่างเรียบๆ ชยุดไม่ได้ทิ้งร่องรอยใดๆบนร่างกายของเธอ เว้นเสียแต่ความไม่สบายเล็กน้อยตรงส่วนล่างของเธอ
เขารู้สึกสะอิดสะเอียนทุกครั้งที่ต้องทำ ไม่อยากแตะต้องส่วนอื่น ๆ ของร่างกายเธอเลย
ถ้าไม่ใช่เพราะสัญญา เขาคงไม่คิดที่จะแตะตัวเธอด้วยซ้ำ
เธอพยายามทนความเจ็บปวดความเมื่อยตรงเอวขณะที่เดินลงไปข้างล่าง
ในห้องโถง ชยุดกำลังถ่ายรูปกับ ปรียาวดี เจริญพรอุดม แฟนสาวที่เขารัก
ปรียาวดีสวมชุดเดรสสีขาวผ่องราวกับหิมะเดือนสิบสอง มันสอดรับกับหุ่นของเธอได้เป็นอย่างดี และยังช่วยเสริมใบหน้าอันสวยสดของเธอยิ่งขึ้นไป
พวกเขาดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก
ทันใดนั้น ชยุดก็เห็นนรีรัตน์กำลังเดินลงบันได
รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาเปลี่ยนไป “ชักช้าจัง เธออยากได้คอร์สรึไง” เขาตะคอก
นรีรัตน์หายใจเข้าลึก ๆ และระงับความโกรธของเธอ เลือกที่ไม่ได้เสียงของชยุดเลย แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่เธออยากทำมากที่สุด คงเป็นการเดินไปตบหน้าของเขา
ชยุดเคล้าเคลียปรียาวดีลูกพี่ลูกน้องของเธอไว้ในอ้อมอก เธอส่งยิ้มไปที่นรีรัตน์ด้วยสีหน้าเยาะเย้ย “ก็ชยุดรบเร้าจะถ่ายภาพคู่แล้วก็โพสต์ลง วีแชท โมเม้นต์ อะ เขาบอกต้องโพสต์สักรูปในวันเกิดพี่” เธอแกล้งทำเป็นเกรงใจ
นรีรัตน์ไม่สนใจฟังที่เธอพูด เธอเอื้อมมือไปที่ชยุด “ส่งโทรศัพท์มา”
ชยุดโยนโทรศัพท์ให้เธออย่างรำคาญ ก่อนที่จะส่งยิ้มแบบหึงหวงไปที่ปรียาวดี
“ถ้าเธอถ่ายออกมาไม่ได้เรื่องเลย เธอคงต้องเรียนคอร์สที่บ้านสักสองสามวันนะ เพราะที่หลังานนี้จะขาดเธอไม่ได้ เสียงเย็นชา เต็มไปด้วยการขู่แท้ ๆ
ความโกรธผุดขึ้นในใจของนรีรัตน์ แต่บนหน้าเย็นชา
ชยุดเหลือบมองนรีรัตน์ พลางหงุดหงิดที่เธอไม่โต้ตอบ
จากนั้นเขาก็วางมือลงบนต้นขาของปรียาวดี
“ว้าย ชยุด คุณทำอะไรคะ!” ปรียาวดีหยอกล้อ แก้มของนั้นเธอค่อย ๆ แดงขึ้นเรื่อย ๆ
เธอเอนกายพิงหน้าอกของเขา แต่สายตาของเธอยังคงจ้องมองไปที่นรีรัตน์ นัยน์ตาของเธอเปล่งประกายความยั่วยุ ราวกับเป็นการท้าทายให้นรีรัตน์ปริปากออกมา
ท่าทางของพวกเขาดูมีความสนิทสนมกันมาก
ผ้าเนื้อนุ่มที่โอบรอบร่างของปรียาวดีนั้น ให้ความรู้สึกเหมือนผ้าไหมเกาะอยู่บนชุดสูทของชยุด
นรีรัตน์ยังคงนิ่งไม่พูดจา เธอยังคงใจเย็นและอดทน ไม่ว่าเธอจะเกลียดชายหญิงคู่นี้ที่อยู่ตรงหน้าเธอขนาดไหน เธอยังคงทำตัวให้นิ่งที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้
ที่เธอต้องการมีเพียงสิ่งเดียว คือให้ทั้งคู่หายไปให้พ้นๆ จากสายตาของเธอ แต่ตอนนี้ เธอคงทำได้แต่ควบคุมอารมณ์ และถ่ายรูปพวกเขาต่อไป
ชยุดเลื้อยมือไปที่ขาและเอวของปรียาวดี มีหลายรูปที่เขาแทบจะโน้วตัวลงไปจูบที่ริมฝีปากของเธอ
ปรียาวดีบุ้ยปากพลางยิ้่มอายๆ
นรีรัตน์พยายามเก็บทุกท่วงท่าที่พวกเขาโพสต์ให้ครบ
แม้ว่าชยุดจะโพสท่ายั่วยวนสักแค่ไหน สีหน้าของนรีรัตน์ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย “เอามือถือมานี่ ถ้าปรียาวดีไม่สวยละก็ คุณต้องถ่ายใหม่”
นรีรัตน์ส่งโทรศัพท์คืนโดยไม่ลังเล
ปรียาวดีตีแขนของเขาราวกับเด็กเอาแต่ใจ “ตัวเองไม่ไว้ใจหน้าตาของเราหรือ” เธอถาม
ชยุดพรมจูบไปทั่วใบหน้าของเธอ ราวกับว่าเขาเผชิญกับศัตรูที่น่าเกรงขาม “ล้อเล้นน่า ตัวเอง! ไม่มีใครสวยเกินไปกว่าตัวเองอีกแล้วบนโลกใบนี้” เขารีบเอ่ยปากชม “ผมแค่กลัวว่าเธอจะไม่สามารถเก็บภาพความสวยของตัวเองได้หมด แค่นั้นเอง”
ปรียาวดียิ้มอย่างเข้าใจง่าย “ตัวเองไม่เชื่อมั่นในความสวยของตระกูลเราเหรอคะ”
เพราะว่านรีรัตน์เป็นลูกพี่ลูกน้องของปรียาวดี หมายความว่าเธอก็ดูดีไม่ต่างกัน แม้ว่าเธอจะไม่ได้ดูดีเหมือนปรียาวดีก็ตาม
ชยุดพยักหน้าทันที
ปรียาวดีนั้นสวยแบบไร้ที่ติ ผิวของเธอทั้งเปล่งประกายและอ่อนนุ่ม ผมสีดำเข้มของเธอยาวลงมาถึงเอว ล้อมกรอบใบหน้ารูปหัวใจและดวงตากลมโต ดวงตาของเธอทำให้รู้สึกน่าเอ็นดูมาก บริสุทธิ์จนไม่มีใครสามารถครอบครองได้
เธอสูง186ซีแอม แต่น้ำหนักมีแค่48.5โลเองและรูปร่างได้สัดส่วน ไม่ว่าผู้ชายหน้าไหนก็เปรียบเธอเป็นดั่งเทพธิดา
จะถ่ายยังไงเธอก็ออกมาสวยมากอยู่แล้ว ยังไม่ว่าเลยที่นรีรัตน์ได้ถ่ายอย่างเอาใจใส่
ชยุดชำเลืองดูภาพทั้งหมดที่เธอถ่าย ในทุกรูปถ่าย ความสวยของปรียาวดีเปล่งประกายออกมาตอกย้ำความสง่างามของเธอ ดูเหมือนว่าเขาแทบจะไม่พบข้อผิดพลาดใดๆ
ด้วยความโกธรในใจที่ไม่สามารถระบายออกมาได้ ก็เลยยึดโทรศัพท์กลับมาอย่างรำคาญ “เธอไปได้แล้ว ที่นี่ไม่ต้องการเธอแล้ว”
นรีรัตน์หันหลังและกำลังเดินจากไป แต่เขากลับตะโกนเรียกเธอไว้
“เดี๋ยวก่อน” เขาส่งสายตาไปยังที่เธอด้วยความไม่พอใจ “เธอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ” ชุดของเธอสีเหมือนกับปรียาว อย่าใส่สีเดียวกันกับเธอเป็นอันขาด ตอนเธอไปร่วมปาร์ตี้ไวน์ เธออย่าทำให้ปรียาวดีดูต่ำเหมือนเธอ
ใบหน้าของเขาโหดเหี้ยมราวกับจะพรากชีวิตของเธอไปยังไงยังงั้น “ที่จริงผมว่า เธอโยนเสื้อผ้าที่สีเหมือนกับปรียาวดีทิ้งไปให้หมดเลยจะดีกว่านะ เพราะปรียาวดีเป็นหนึ่งในใจผม แม้แต่เธอมีเสื้อผ้าทีมีสีเหมือนปรียาวดี ผมก็ไม่อนุญาติ”
นรีรัตน์โกธรจดเลือดขึ้นหน้า ประมาณชั่วครู่หนึ่ง เธอก็กัดฟันพูดออกมา “ฉันจะทำตามที่คุณสั่งเป็นอย่างดีค่ะ”
เธอแค่ใส่ชุดสีขาวเอง ก็ทำให้ปรียาวดีดูไม่ดีแล้วหรือ ที่จริงแล้ว คือเธอไม่อยากใส่ชุดทีมีสีเหมือนกันกับผู้หญิงแบบนี้ต่างหาก จะเป็นไปได้อย่างไรที่เธอจะทำให้ปรียาวดีเสียหน้า นรีรัตน์คล้ายมือ
และก้าวไปที่บันได
เมื่อเห็นนรีรัตน์โกธรจัด ปรียาวดีก็แสยะยิ้มที่มุมปาก มีบางอย่างแวบเข้ามาในดวงตาของเธอขณะที่เธอจ้องมองชายที่อยู่ข้างๆ เธอด้วยความรัก
นรีรัตน์ฉีกเสื้อผ้าสีขาวของเธอทั้งหมดจนขาดวิ่น และโยนลงไปที่พื้น
ปรียาวดีชอบผ้าที่มีสีอ่อนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสีขาว
จากนี้ไป นรีรัตน์คงสะอิดสะเอียนไม่น้อยที่ต้องใส่ชุดสีเดียวกับเธอ
“ตัวเอง ตัวเองได้โพสต์แล้วหรือยังคะ” ปรียาวดีถามพลางเกยคางบนอกของเขา
ในที่สุดชยุดก็รู้สึกตัว เขาก็ยิ้มออกมาอย่างสดใสให้กับผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ เขา “จะโพสต์ตอนนี้ครับ”
เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาและเลือกรูปที่พวกเขาดูดีที่สุด ในภาพนั้น พวกเขาทั้งสองหัวเราะอย่างมีความสุข แขนของพวกเขาโอบรัดซึ่งกันและกัน ราวกับคู่ตุนาหงันก็ไม่ปาน ยิ่งเขาจ้องไปที่รูปมากเท่าไร ความรู้สึกหงุดหงิดปนรำคาญก็ยิ่งเพิ่มทวีคูณในใจเขาขึ้นมากเท่านั้น เขาโพสต์บน วีแชท โมเม้นต์ ของเขา
แคปชัน:สุขสันต์วันเกิดครับ ที่รัก ผมจะรักคุณตลอดไป!
ทันทีที่เขาโพสต์เสร็จ ผู้คนจำนวนมากก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นใต้รูป
มิสเตอร์ ฮี คอมเม้นว่า “คนโสดมาเห็นคงกระอักเลือดตายได้เลย”
มิสเตอร์ ซัน คอมเม้นว่า “นายนี่มัน อวดแฟนเท่ากับฆ่าคนแท้ ๆ เลย ฆ่ากูให้ตายเหอะเพื่อน อย่างน้อยก็ให้เพื่อนโสดๆ คนนี้ได้หายใจหายคอบ้าง!”
ยังมีคอมเม้นชื่นชมอื่นๆ อีกเช่น:“ปรียาวดี หน้าตาเธอดูเปล่งประกายเชียวนะ! สุขสันต์วันเกิด! ขอให้อยู่ด้วยกันตลอดไปนะคะ ไม่ว่าจะวันนี้หรือวันไหน ๆ”
แม้พวกเขารู้ดีว่าชยุดมีภรรยาเป็นตัวเป็นตน แต่หัวใจของเขานั้นมีเพียงคนคนเดียวเท่านั้น ที่ได้ครอบครอง
เธอพยายามคว้าผ้าปูที่นอนที่ทับอยู่ใต้ร่าง ขณะที่เธอตะคอกชายที่อยู่ข้างเธอ “ชยุด คุณ–” ก่อนที่เธอจะพูดจบ ชายคนนั้นก็ทำให้เธอครางด้วยความอิ่มเอม
เธอยังไม่ทันได้พูดจบเลย ผู้ชายคนนั้นก็ทำให้เสียงโทษของเธอกลายเป็นการหายใจหืด ๆ แทน
ร่างของเธออ่อนระทวยราวกับขี้ผึ้งลนไฟ เมื่ออยู่ภายใต้ร่างของเขา
ชายคนนั้นค่อย ๆ เขยิบตัวออกจากร่างของนรีรัตน์ เขาบิดขี้เกียจก่อนยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ข้างโต๊ะ
“ที่รัก เดี๋ยวพี่ลงมาหาจ้ะ “ตัวเองรออยู่ที่ห้องนั่งเล่นแล้วใช่มั้ยจ้ะ” เขาชงักไปชั่วครู่ก่อนผงกศีรษะ “งั้นพี่ขออาบน้ำแต่งตัวก่อนค่อยลงไปนะ รักนะ”
ผู้ชายที่อยู่ข้างเธอสูงชะลูด ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ มัดกล้ามของเขาช่างยั่วยวนและเซ็กซี่ โดยเฉพาะตอนที่เหงื่อไหลลู่ไปตามผิวอันเงางามของเขา ดวงตาของเขานั้นดูแสนจะอบอุ่นและเป็นมิตร เต็มไปด้วยความเสน่ห์และความเอาใจใส่
แต่นรีรัตน์รู้ดีว่า ความรู้สึกนั้นเขาไม่ได้จะมอบให้เธอ
ความอ่อนโยนของเขา มีคนๆ เดียวเท่านั้นที่ได้จับจองเป็นเจ้าของ
เมื่อได้ยินเสียงอันนุ่มนวล เธอถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
นรีรัตน์หยิบผ้าห่มที่ร่วงลงบนพื้นขึ้นมาห่อตัวอย่างเย็นชาขณะที่ชยุดก้าวเท้าไปอาบน้ำ
ประตูห้องน้ำเปิดอยู่ และส่งเสียงน้ำ“หัวๆ” ออกมา
เธอกวาดสายตามองไปรอบห้อง ของตกแต่งทุกชิ้นนำเข้ามาจากประเทศ D เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ เป็นของหรูทั้งนั้น
นี่เป็นห้องนอนห้องหนึ่งของวิลล่าตระกูลเกียรติโรจนปรีชา แต่สำหรับนรีรัตน์แล้วมันไม่ต่างไปจากพวกโรงแรมห้าดาวที่เธอเคยพักเลยแม้แต่น้อย
“ลงไปถ่ายรูปให้ผมด้วย” ชยุดเดินออกมาจากห้องน้ำขณะที่เธอมัวแต่เหม่อมองไปรอบ ๆ ห้อง
น้ำเสียงของเขาดูเย็นชา เธอเป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่งที่เขาเล่นเสร็จแล้วก็ทิ้งไป
ที่แท้จริงแล้ว เขาเกียจเธอมาก ถึงแม้ว่าเธอเป็นภรรยาของเขา แต่เขากลับไม่มีความรู้สึกใดๆ กับเธอ และไม่เห็นคุณค่าในตัวเธอเลย
เหตุผลเดียวที่ทำให้พวกเขาต้องทนอยู่ด้วยกัน ก็เพื่อทำตามข้อตกลงที่ทั้งสองได้ทำไว้ ทั้งหมดที่เธอต้องทำ คือต้องเข้านอนกับเขาในเวลาที่สั่งไว้ในทุกๆ วัน ข้อตกลงในสัญญาระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เธอต้องตั้งครรภ์ภายในปี
หากเธอไม่สามารถให้กำเนิดลูกให้เขาได้ หุ้น AN กรุ๊ปที่เธอถืออยู่ทั้งหมด จะถูกยึดคืนและเธอคงไม่มีตัวเลือกอื่นเสีย นอกจาก ต้องถูกไล่ออกไปจากเมือง A
AN กรุ๊ปเป็นบริษัทชั้นนำบนหน้านิตยสารฟอร์บส์ ที่ทะยานสู่จุดสูงสุดของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ จนไม่มีบริษัทไหนทัดเทียมได้
ชยุด เกียรติโรจนปรีชา ประธานของบริษัท เป็นตำนานผู้ก่อตั้ง ตอนที่อายุเพียง 17 ปี เขาได้ทำกำไรสุทธิเครือ AN กรุ๊ปได้เป็นสองเท่า ส่งผลให้บริษัททะยานจากอันดับที่ 7 ไปสู่อันดับ 1 ในการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์
เขาได้รับฉายาอย่างต่อเนื่องมาเป็นสามจากนิตยสาร《บุคคลตำนานในโลก》ว่า ‘ชายผู้ที่หญิงสาวทั้งโลกอยากจะแต่งงานด้วยมากที่สุด’ เขายังได้รับฉายาอีกว่า ‘ชายผู้เป็นตำนานกล่าวขานไปทั่วโลก’
เมื่อฟังจากน้ำเสียง นรีรัตน์รู้ว่าคนรักของเขาต้องรออยู่ที่ชั้นล่างแล้วเป็นแน่
“ฉันถ่ายรูปไม่ค่อยเก่งนะคะ” เธอตอบอย่างเย็นชา
“ผมบอกให้เธอถ่าย เธอก็ต้องถ่ายจะพูดมากทำไม” เขาจ้องเข็มงไปที่เธอ สายตาของเขาเย็นเฉียบราวกับค่ำคืนอันเหน็บหนาว “ปัญญาของเธอไม่ได้เรื่องขนาดนั้นเลยหรือ แค่โทรศัพท์ก็ใช้ไม่เป็นรึไง ถ้าอย่างงั้นตำแหน่งรองประธานบริษัท AN กรุ๊ปก็คงไม่เหมาะกับเธอหรอก”
“นี่คุณ!” ความโมโหเดือดพล่านในใจ เธอกัดฟันกรอดจนเสียงลอดออกมา
ชยุดก้าวเท้าออกห้องไป โดยไม่แม้แต่จะชายตามองไปที่เธอ “อย่าลืมละ คุณมีนัดทานอาหารเย็นที่สวรรค์เพลสคืนนี้ ถ้าไปช้าและทำทุกอย่างพังละก็นะ คุณจะต้องชดใช้เองนะ”
นรีรัตน์กำหมัดของเธอไว้แน่น ขณะที่จ้องร่างของเขาที่ค่อยๆ เลือนหายไป สำหรับเขาแล้วไม่มีใครสำคัญกว่าสุดที่รักของเขา
เธอค่อยๆ คลายมือออกแล้วเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเพื่อแต่งตัว
เพื่อให้ได้หุ้นส่วน เธอต้องอดทนกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ เธอยังคงคาดหวังเรื่องอีกอย่างหนึง จริงๆแล้ว เธอมีแต่เป้าหมายเดียวนี้หรือ ที่แท้จริง ในใจเธอ ยังมีความหวังหนึ่งคอยรออยู่
ดวงตาของเธอเด็มไปด้วยความเศร้าโศก
หลังจากนั้นไม่นาน นรีรัตน์ก็สวมชุดกระโปรงยาวอย่างเรียบๆ ชยุดไม่ได้ทิ้งร่องรอยใดๆบนร่างกายของเธอ เว้นเสียแต่ความไม่สบายเล็กน้อยตรงส่วนล่างของเธอ
เขารู้สึกสะอิดสะเอียนทุกครั้งที่ต้องทำ ไม่อยากแตะต้องส่วนอื่น ๆ ของร่างกายเธอเลย
ถ้าไม่ใช่เพราะสัญญา เขาคงไม่คิดที่จะแตะตัวเธอด้วยซ้ำ
เธอพยายามทนความเจ็บปวดความเมื่อยตรงเอวขณะที่เดินลงไปข้างล่าง
ในห้องโถง ชยุดกำลังถ่ายรูปกับ ปรียาวดี เจริญพรอุดม แฟนสาวที่เขารัก
ปรียาวดีสวมชุดเดรสสีขาวผ่องราวกับหิมะเดือนสิบสอง มันสอดรับกับหุ่นของเธอได้เป็นอย่างดี และยังช่วยเสริมใบหน้าอันสวยสดของเธอยิ่งขึ้นไป
พวกเขาดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก
ทันใดนั้น ชยุดก็เห็นนรีรัตน์กำลังเดินลงบันได
รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาเปลี่ยนไป “ชักช้าจัง เธออยากได้คอร์สรึไง” เขาตะคอก
นรีรัตน์หายใจเข้าลึก ๆ และระงับความโกรธของเธอ เลือกที่ไม่ได้เสียงของชยุดเลย แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่เธออยากทำมากที่สุด คงเป็นการเดินไปตบหน้าของเขา
ชยุดเคล้าเคลียปรียาวดีลูกพี่ลูกน้องของเธอไว้ในอ้อมอก เธอส่งยิ้มไปที่นรีรัตน์ด้วยสีหน้าเยาะเย้ย “ก็ชยุดรบเร้าจะถ่ายภาพคู่แล้วก็โพสต์ลง วีแชท โมเม้นต์ อะ เขาบอกต้องโพสต์สักรูปในวันเกิดพี่” เธอแกล้งทำเป็นเกรงใจ
นรีรัตน์ไม่สนใจฟังที่เธอพูด เธอเอื้อมมือไปที่ชยุด “ส่งโทรศัพท์มา”
ชยุดโยนโทรศัพท์ให้เธออย่างรำคาญ ก่อนที่จะส่งยิ้มแบบหึงหวงไปที่ปรียาวดี
“ถ้าเธอถ่ายออกมาไม่ได้เรื่องเลย เธอคงต้องเรียนคอร์สที่บ้านสักสองสามวันนะ เพราะที่หลังานนี้จะขาดเธอไม่ได้ เสียงเย็นชา เต็มไปด้วยการขู่แท้ ๆ
ความโกรธผุดขึ้นในใจของนรีรัตน์ แต่บนหน้าเย็นชา
ชยุดเหลือบมองนรีรัตน์ พลางหงุดหงิดที่เธอไม่โต้ตอบ
จากนั้นเขาก็วางมือลงบนต้นขาของปรียาวดี
“ว้าย ชยุด คุณทำอะไรคะ!” ปรียาวดีหยอกล้อ แก้มของนั้นเธอค่อย ๆ แดงขึ้นเรื่อย ๆ
เธอเอนกายพิงหน้าอกของเขา แต่สายตาของเธอยังคงจ้องมองไปที่นรีรัตน์ นัยน์ตาของเธอเปล่งประกายความยั่วยุ ราวกับเป็นการท้าทายให้นรีรัตน์ปริปากออกมา
ท่าทางของพวกเขาดูมีความสนิทสนมกันมาก
ผ้าเนื้อนุ่มที่โอบรอบร่างของปรียาวดีนั้น ให้ความรู้สึกเหมือนผ้าไหมเกาะอยู่บนชุดสูทของชยุด
นรีรัตน์ยังคงนิ่งไม่พูดจา เธอยังคงใจเย็นและอดทน ไม่ว่าเธอจะเกลียดชายหญิงคู่นี้ที่อยู่ตรงหน้าเธอขนาดไหน เธอยังคงทำตัวให้นิ่งที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้
ที่เธอต้องการมีเพียงสิ่งเดียว คือให้ทั้งคู่หายไปให้พ้นๆ จากสายตาของเธอ แต่ตอนนี้ เธอคงทำได้แต่ควบคุมอารมณ์ และถ่ายรูปพวกเขาต่อไป
ชยุดเลื้อยมือไปที่ขาและเอวของปรียาวดี มีหลายรูปที่เขาแทบจะโน้วตัวลงไปจูบที่ริมฝีปากของเธอ
ปรียาวดีบุ้ยปากพลางยิ้่มอายๆ
นรีรัตน์พยายามเก็บทุกท่วงท่าที่พวกเขาโพสต์ให้ครบ
แม้ว่าชยุดจะโพสท่ายั่วยวนสักแค่ไหน สีหน้าของนรีรัตน์ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย “เอามือถือมานี่ ถ้าปรียาวดีไม่สวยละก็ คุณต้องถ่ายใหม่”
นรีรัตน์ส่งโทรศัพท์คืนโดยไม่ลังเล
ปรียาวดีตีแขนของเขาราวกับเด็กเอาแต่ใจ “ตัวเองไม่ไว้ใจหน้าตาของเราหรือ” เธอถาม
ชยุดพรมจูบไปทั่วใบหน้าของเธอ ราวกับว่าเขาเผชิญกับศัตรูที่น่าเกรงขาม “ล้อเล้นน่า ตัวเอง! ไม่มีใครสวยเกินไปกว่าตัวเองอีกแล้วบนโลกใบนี้” เขารีบเอ่ยปากชม “ผมแค่กลัวว่าเธอจะไม่สามารถเก็บภาพความสวยของตัวเองได้หมด แค่นั้นเอง”
ปรียาวดียิ้มอย่างเข้าใจง่าย “ตัวเองไม่เชื่อมั่นในความสวยของตระกูลเราเหรอคะ”
เพราะว่านรีรัตน์เป็นลูกพี่ลูกน้องของปรียาวดี หมายความว่าเธอก็ดูดีไม่ต่างกัน แม้ว่าเธอจะไม่ได้ดูดีเหมือนปรียาวดีก็ตาม
ชยุดพยักหน้าทันที
ปรียาวดีนั้นสวยแบบไร้ที่ติ ผิวของเธอทั้งเปล่งประกายและอ่อนนุ่ม ผมสีดำเข้มของเธอยาวลงมาถึงเอว ล้อมกรอบใบหน้ารูปหัวใจและดวงตากลมโต ดวงตาของเธอทำให้รู้สึกน่าเอ็นดูมาก บริสุทธิ์จนไม่มีใครสามารถครอบครองได้
เธอสูง186ซีแอม แต่น้ำหนักมีแค่48.5โลเองและรูปร่างได้สัดส่วน ไม่ว่าผู้ชายหน้าไหนก็เปรียบเธอเป็นดั่งเทพธิดา
จะถ่ายยังไงเธอก็ออกมาสวยมากอยู่แล้ว ยังไม่ว่าเลยที่นรีรัตน์ได้ถ่ายอย่างเอาใจใส่
ชยุดชำเลืองดูภาพทั้งหมดที่เธอถ่าย ในทุกรูปถ่าย ความสวยของปรียาวดีเปล่งประกายออกมาตอกย้ำความสง่างามของเธอ ดูเหมือนว่าเขาแทบจะไม่พบข้อผิดพลาดใดๆ
ด้วยความโกธรในใจที่ไม่สามารถระบายออกมาได้ ก็เลยยึดโทรศัพท์กลับมาอย่างรำคาญ “เธอไปได้แล้ว ที่นี่ไม่ต้องการเธอแล้ว”
นรีรัตน์หันหลังและกำลังเดินจากไป แต่เขากลับตะโกนเรียกเธอไว้
“เดี๋ยวก่อน” เขาส่งสายตาไปยังที่เธอด้วยความไม่พอใจ “เธอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ” ชุดของเธอสีเหมือนกับปรียาว อย่าใส่สีเดียวกันกับเธอเป็นอันขาด ตอนเธอไปร่วมปาร์ตี้ไวน์ เธออย่าทำให้ปรียาวดีดูต่ำเหมือนเธอ
ใบหน้าของเขาโหดเหี้ยมราวกับจะพรากชีวิตของเธอไปยังไงยังงั้น “ที่จริงผมว่า เธอโยนเสื้อผ้าที่สีเหมือนกับปรียาวดีทิ้งไปให้หมดเลยจะดีกว่านะ เพราะปรียาวดีเป็นหนึ่งในใจผม แม้แต่เธอมีเสื้อผ้าทีมีสีเหมือนปรียาวดี ผมก็ไม่อนุญาติ”
นรีรัตน์โกธรจดเลือดขึ้นหน้า ประมาณชั่วครู่หนึ่ง เธอก็กัดฟันพูดออกมา “ฉันจะทำตามที่คุณสั่งเป็นอย่างดีค่ะ”
เธอแค่ใส่ชุดสีขาวเอง ก็ทำให้ปรียาวดีดูไม่ดีแล้วหรือ ที่จริงแล้ว คือเธอไม่อยากใส่ชุดทีมีสีเหมือนกันกับผู้หญิงแบบนี้ต่างหาก จะเป็นไปได้อย่างไรที่เธอจะทำให้ปรียาวดีเสียหน้า นรีรัตน์คล้ายมือ
และก้าวไปที่บันได
เมื่อเห็นนรีรัตน์โกธรจัด ปรียาวดีก็แสยะยิ้มที่มุมปาก มีบางอย่างแวบเข้ามาในดวงตาของเธอขณะที่เธอจ้องมองชายที่อยู่ข้างๆ เธอด้วยความรัก
นรีรัตน์ฉีกเสื้อผ้าสีขาวของเธอทั้งหมดจนขาดวิ่น และโยนลงไปที่พื้น
ปรียาวดีชอบผ้าที่มีสีอ่อนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสีขาว
จากนี้ไป นรีรัตน์คงสะอิดสะเอียนไม่น้อยที่ต้องใส่ชุดสีเดียวกับเธอ
“ตัวเอง ตัวเองได้โพสต์แล้วหรือยังคะ” ปรียาวดีถามพลางเกยคางบนอกของเขา
ในที่สุดชยุดก็รู้สึกตัว เขาก็ยิ้มออกมาอย่างสดใสให้กับผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ เขา “จะโพสต์ตอนนี้ครับ”
เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาและเลือกรูปที่พวกเขาดูดีที่สุด ในภาพนั้น พวกเขาทั้งสองหัวเราะอย่างมีความสุข แขนของพวกเขาโอบรัดซึ่งกันและกัน ราวกับคู่ตุนาหงันก็ไม่ปาน ยิ่งเขาจ้องไปที่รูปมากเท่าไร ความรู้สึกหงุดหงิดปนรำคาญก็ยิ่งเพิ่มทวีคูณในใจเขาขึ้นมากเท่านั้น เขาโพสต์บน วีแชท โมเม้นต์ ของเขา
แคปชัน:สุขสันต์วันเกิดครับ ที่รัก ผมจะรักคุณตลอดไป!
ทันทีที่เขาโพสต์เสร็จ ผู้คนจำนวนมากก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นใต้รูป
มิสเตอร์ ฮี คอมเม้นว่า “คนโสดมาเห็นคงกระอักเลือดตายได้เลย”
มิสเตอร์ ซัน คอมเม้นว่า “นายนี่มัน อวดแฟนเท่ากับฆ่าคนแท้ ๆ เลย ฆ่ากูให้ตายเหอะเพื่อน อย่างน้อยก็ให้เพื่อนโสดๆ คนนี้ได้หายใจหายคอบ้าง!”
ยังมีคอมเม้นชื่นชมอื่นๆ อีกเช่น:“ปรียาวดี หน้าตาเธอดูเปล่งประกายเชียวนะ! สุขสันต์วันเกิด! ขอให้อยู่ด้วยกันตลอดไปนะคะ ไม่ว่าจะวันนี้หรือวันไหน ๆ”
แม้พวกเขารู้ดีว่าชยุดมีภรรยาเป็นตัวเป็นตน แต่หัวใจของเขานั้นมีเพียงคนคนเดียวเท่านั้น ที่ได้ครอบครอง
Chapter 2
ชยุดไม่เคยเอ่ยถึงนรีรัตน์ในโมนเม้นต์เลย คนที่เขาต้องการที่จะโชว์ มีแต่ปรียาวดีคนเดียวเท่านั้น
ใคร ๆ ก็คิดว่าเขารักเดียวใจเดียว ไม่มีใครหน้าไหนกล้าที่จะพูดว่าเขาเป็นพวกไร้หัวใจ ทั้ง ๆ ที่เขาแต่งงานแล้วก็ยังอวดผู้หญิงคนอื่น นั้นก็เพราะว่า ชยุดเป็นผู้ชายที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในเมืองนี้ ไม่มีใครกล้าท้าทายอำนาจหรือสงสัยในการกระทำของเขา
นรีรัตน์สวมกระโปรงสั้นทรงเอสีแดง เธอจัดผมที่ยาวพอประมาณไว้หลังหู ถึงแม้เธอจะไม่ได้แต่งหน้า แต่ดวงตาเธอสวยใสและฟันขาวสะอาด ทำให้คนที่แต่งหน้าแล้วก็สู้เธอไม่ได้
เธอสูง 166 cm ตอนสวมกระโปรงทรงเอ ทำให้รูสึกมีสไตล์แบบควีนเลย ถ้าเปรียบปรียาวดีเป็นดั่งเทพธิดา นรีรัตน์ก็เป็นดั่งราชินี
สไตล์อารมณ์เธอให้ความรู้สึกเย็นชา พวกชุดที่เป็นสีเข้มสดจะเข้ากับเธอได้เหมาะสม
หลังจากที่คนขับเปิดประตูฝั่งเธอ เธอก็เดินเข้าไปในสวรรค์เพลส
โรงแรมแห่งนี้เป็นหนึ่งในโรงแรมที่หรูหราที่สุดในเมือง A หากต้องการใช้บริการ ต้องจองล่วงหน้า และมีแต่สมาชิกระดับทองที่เสียค่าบริการรายปีเป็นล้านขึ้นไป ถึงจะจองได้
ห้องส่วนตัวที่เธอจองไว้อยู่บนชั้นสาม เป็นห้องที่เธอนัดรับประทานอาหารเย็นกับสมาชิก KIA กรุ๊ป เพื่อร่วมมือกิจการด้วยกัน
“เลขาหวางโทรมาเมื่อกี้ว่า ท่านประธาน KIA กรุ๊ป เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ วันนี้ท่านมาร่วมรับประทานอาหารเย็นด้วยค่ะ” ผู้ช่วยของนรีรัตน์กระซิบข้างหูเธอ
ตาเธอกระตุก KIA กรุ๊ป เป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในเมือง C และอยู่ในอันดับต้น ๆ โดยนิตยสารฟอร์บส์
AN กรุ๊ป พยายามชักชวนให้ร่วมธุรกิจด้วยกันหลายต่อหลายครั้ง แต่คำตอบที่ได้รับคือพวกเขากำลังพิจารณาอยู่
ในที่สุดพวกเขาก็ยอมให้โอกาส แต่ตอนนี้ ประทานที่กลับมาจากต่างประเทศจะเข้าร่วมรับประธานอาหารเย็นด้วย แล้วเธอโอกาสมากขึ้น หรือน้อยลง
แม้ว่านรีรัตน์จะกังวล แต่เธอก็ไม่ได้แสดงออกทางสีหน้าแต่อย่างใด “อาหารและไวน์คอนเฟิร์มไปหรือยัง” เธอถามอย่างเรียบ ๆ
“เรียบร้อยแล้วครับ” ผู้ช่วยตอบโดยไม่ลังเล
แขกทุกคนที่เธอเชิญเป็นผู้บริหารระดับสูงของ KIA กรุ๊ป ต้องไม่ให้เกิดความผิดพลาดใด ๆ ให้ได้
หลังจากเดินเข้าไปในห้องส่วนตัว นรีรัตน์กับผู้ช่วยตรวจของตกแต่ง เก้าอี้ และโต๊ะในห้อง ยืนยันว่า ทุกอย่างเรียบร้อยดี เธอกำลังจะนั่งลงพักผ่อน ขณะที่ผู้ช่วยเธอมีโทรศัพท์เข้ามา
ผู้ช่วยของเธอหันไปหานรีรัตน์อย่างตื่นเต้น “ท่านรอง เพ็ญนีติ์บอกว่าคนจากบริษัท KIA กรุ๊ปมาถึงแล้วค่ะ ”
“บอกให้เพ็ญนีติ์นำทางพวกเขามาที่นี่” นรีรัตน์ดูท่าทางใจเย็นอยู่
“ค่ะ ” ผู้ช่วยพูดกับปลายสายอีกสักพักก่อนจะวาง
ในระหว่างนี้ นรีรัตน์รู้สึกเมื่อยขาเล็กน้อย และไม่สบายตรงเอว แต่คนจาก KIA กรุ๊ปใกล้จะมาถึงแล้ว แม้ว่าเธอจะรู้สึกเหนื่อยล้า แต่เธอก็รู้ดีว่าจะมามั่วนั่งผ่อนคลายแบบนี้ไม่ได้
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้อนรับลูกค้ารายใหญ่ละนะแต่ทำไมครั้งนี้เธอรู้สึกร้อนรุ่มแบบนี้ หรือว่า แอร์ไม่เย็นหรือเปล่า
“ไปเช็คอุณหภูมิหน่อยซิ” เธอสั่งผู้ช่วยของเธอ
“ 24 องศาค่ะ ”
สวรรค์เพลสมีระบบระบายความร้อนที่ยอดเยี่ยม ทอุณหภูมิ 24 องศาของเขามักจะเย็นกว่าที่อื่นตั้งหลายองศา แต่นรีรัตน์ก็รูสึกร้อนจัดอยู่ดี
บางทีเธออาจคิดมากเกินไป
ทันใดนั้น ประตูด้านหน้าเธอก็ถูกเปิดออก ชายร่างสูงโปร่งผ่านเข้ามาในสายตาเธอ
ผู้ชายคนนั้นยืนนิ่งอึ้งอยู่พักหนึ่ง นัยน์ตาอันลึกล้ำดูเหมือนกำลังส่องประกายแห่งดวงดาว เขาสวมสูทสีเทา พร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก แต่ก็ยังคงปกปังความเท่ไม่ได้
ในบรรดาผู้คนทั้งเจ็ดคน เขาเป็นคนที่โดดเด่นที่สุด ราวกับนกกระเรียนในฝูงไก่
เมื่อเขาประกบสายตากับนรีรัตน์ เขารอยยิ้มเขายิ่งสดใส
รอยยิ้มของเขาช่างเจิดจ้าจนเธอไม่สามารถละสายตาตัวเองได้
“เมื่อกี้ เราได้พบคุณชยุดโดยบังเอิญครับ ก็เลยมาช้านิดนึง คาดไม่ถึงเลยว่า คุณชยุดจองห้องที่ชั้น 4 เพื่อฉลองวันเกิดให้คุณปรียาวดี ” คนที่ยืนอยู่ข้างชายในชุดสูทสีเงินเทาพูดด้วยรอยยิ้ม นรีรัตน์เสียใจ และเจ็บใจมาก
ดวงตาของเธอมืดลงชั่วขณะ ‘ชยุดกำลังฉลองวันเกิดให้ปรียาวดีเหรอเนี่ย’ แต่แค่วินาที่เดียวเอง อารมณ์ความโศกเศราทั้งหมดเหล่านี้ถูกนรีรัตน์เก็บไว้เรียบร้อยเลย
“คุณเป็นท่านประธานคนใหม่ของ KIA กรุ๊ปใช่ไหมคะ” นรีรัตน์ถามผู้อำนวยการเจ้าอย่างไม่เสียมารยาท
ด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน
ผู้อำนวยการเจ้า ตอบอย่างหยิ่ง ๆ ว่า “ตาถึงไม่เบาเลยนะเนี่ย คุณรองประธาน นี่คือคุณธัชพล ประธานคนใหม่ของเรา”
“ผมได้ยินชื่อเสียงของคุณมานานแล้วครับ คุณนรีรัตน์” ธัชพล ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษของเขาก้าวไปข้างหน้าและยื่นมือออกมาเพื่อขอจูบมือทักทายนรีรัตน์
เมื่อจ้องไปที่ใบหน้าของชายคนนั้น นรีรัตน์รู้สึกเหมือนตกอยู่ในมนต์สะกด เธอยืนนิ่งจนผู้ช่วยที่ยืนอยู่ข้างเธอต้องสะกิด
เธอถึงรู้ตัว แล้วยิ้มอย่างมีมารยาท และยื่นมือออกไปเพื่อตอบรับธัชพล
อยู่ดีๆ เขาก็ดึงเธอเข้าใกล้หน้าอกของเขา เขาโน้มตัวลงพร้อมกระซิบ “สุขสันต์วันเกิดครับ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น นรีรัตน์ตัวแข็งทื่อ สีหน้าเธอซีดไปทันที
วันเกิดของเธองั้นเหรอ... มีคนจำวันเกิดเธอได้ด้วย นรีรัตน์กระพริบตาถี่ ๆ เพื่อสลัดคราบน้ำตาออกไป ขณะที่สามีของเธอฉลองวันเกิดให้กับผู้ญิงอีกคน วันเกิดของเธอนั้นกลับกลายเป็นการคุยธุรกิจกับลูกค้าซะแบบนั้น
สามีของเธอคง จำไม่ได้หรอกว่าวันนี้วันเกิดเธอเหมือนกัน หรือเขาอาจไม่สนใจเลยก็ได้
ผู้อำนวยการเจาหัวเราะ “ธัชพลเพิ่งกลับมาจากฝรั่งเศส เลยทักทายเราแบบนี้”
อารมณ์ที่คั่งข้างอยู่ในแววตาของเธอค่อย ๆ ลดลง เธอพูดอย่างใจเย็นว่า “เป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้พบคุณ ธัชพลวันนี้ เชิญเข้าไปข้างในค่ะ”
เธอนำทางธัชพลไปที่นั่งอันทรงเกียรติ แล้วหันไปดูแลผู้อำนวยการเจ้ากับผู้บริหารระดับสูงคนอื่นๆ ของ KIA กรุ๊ป
ดูเหมือนว่าวันนี้ผู้อำนวยการเจ้าตั้งใจจะพูดประชดนรีรัตน์อยู่เรื่อย เขาเดินไปพร้อมยิ้มแบบไม่หวังดี เขาเดินไปที่เก้าอี้ของเขาพร้อมกับถามว่า “ทำไมวันนี้ชยุดไม่มาด้วยล่ะครับ หรือว่าเขาจะ...”
ใคร ๆ ก็คิดว่าเขารักเดียวใจเดียว ไม่มีใครหน้าไหนกล้าที่จะพูดว่าเขาเป็นพวกไร้หัวใจ ทั้ง ๆ ที่เขาแต่งงานแล้วก็ยังอวดผู้หญิงคนอื่น นั้นก็เพราะว่า ชยุดเป็นผู้ชายที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในเมืองนี้ ไม่มีใครกล้าท้าทายอำนาจหรือสงสัยในการกระทำของเขา
นรีรัตน์สวมกระโปรงสั้นทรงเอสีแดง เธอจัดผมที่ยาวพอประมาณไว้หลังหู ถึงแม้เธอจะไม่ได้แต่งหน้า แต่ดวงตาเธอสวยใสและฟันขาวสะอาด ทำให้คนที่แต่งหน้าแล้วก็สู้เธอไม่ได้
เธอสูง 166 cm ตอนสวมกระโปรงทรงเอ ทำให้รูสึกมีสไตล์แบบควีนเลย ถ้าเปรียบปรียาวดีเป็นดั่งเทพธิดา นรีรัตน์ก็เป็นดั่งราชินี
สไตล์อารมณ์เธอให้ความรู้สึกเย็นชา พวกชุดที่เป็นสีเข้มสดจะเข้ากับเธอได้เหมาะสม
หลังจากที่คนขับเปิดประตูฝั่งเธอ เธอก็เดินเข้าไปในสวรรค์เพลส
โรงแรมแห่งนี้เป็นหนึ่งในโรงแรมที่หรูหราที่สุดในเมือง A หากต้องการใช้บริการ ต้องจองล่วงหน้า และมีแต่สมาชิกระดับทองที่เสียค่าบริการรายปีเป็นล้านขึ้นไป ถึงจะจองได้
ห้องส่วนตัวที่เธอจองไว้อยู่บนชั้นสาม เป็นห้องที่เธอนัดรับประทานอาหารเย็นกับสมาชิก KIA กรุ๊ป เพื่อร่วมมือกิจการด้วยกัน
“เลขาหวางโทรมาเมื่อกี้ว่า ท่านประธาน KIA กรุ๊ป เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ วันนี้ท่านมาร่วมรับประทานอาหารเย็นด้วยค่ะ” ผู้ช่วยของนรีรัตน์กระซิบข้างหูเธอ
ตาเธอกระตุก KIA กรุ๊ป เป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในเมือง C และอยู่ในอันดับต้น ๆ โดยนิตยสารฟอร์บส์
AN กรุ๊ป พยายามชักชวนให้ร่วมธุรกิจด้วยกันหลายต่อหลายครั้ง แต่คำตอบที่ได้รับคือพวกเขากำลังพิจารณาอยู่
ในที่สุดพวกเขาก็ยอมให้โอกาส แต่ตอนนี้ ประทานที่กลับมาจากต่างประเทศจะเข้าร่วมรับประธานอาหารเย็นด้วย แล้วเธอโอกาสมากขึ้น หรือน้อยลง
แม้ว่านรีรัตน์จะกังวล แต่เธอก็ไม่ได้แสดงออกทางสีหน้าแต่อย่างใด “อาหารและไวน์คอนเฟิร์มไปหรือยัง” เธอถามอย่างเรียบ ๆ
“เรียบร้อยแล้วครับ” ผู้ช่วยตอบโดยไม่ลังเล
แขกทุกคนที่เธอเชิญเป็นผู้บริหารระดับสูงของ KIA กรุ๊ป ต้องไม่ให้เกิดความผิดพลาดใด ๆ ให้ได้
หลังจากเดินเข้าไปในห้องส่วนตัว นรีรัตน์กับผู้ช่วยตรวจของตกแต่ง เก้าอี้ และโต๊ะในห้อง ยืนยันว่า ทุกอย่างเรียบร้อยดี เธอกำลังจะนั่งลงพักผ่อน ขณะที่ผู้ช่วยเธอมีโทรศัพท์เข้ามา
ผู้ช่วยของเธอหันไปหานรีรัตน์อย่างตื่นเต้น “ท่านรอง เพ็ญนีติ์บอกว่าคนจากบริษัท KIA กรุ๊ปมาถึงแล้วค่ะ ”
“บอกให้เพ็ญนีติ์นำทางพวกเขามาที่นี่” นรีรัตน์ดูท่าทางใจเย็นอยู่
“ค่ะ ” ผู้ช่วยพูดกับปลายสายอีกสักพักก่อนจะวาง
ในระหว่างนี้ นรีรัตน์รู้สึกเมื่อยขาเล็กน้อย และไม่สบายตรงเอว แต่คนจาก KIA กรุ๊ปใกล้จะมาถึงแล้ว แม้ว่าเธอจะรู้สึกเหนื่อยล้า แต่เธอก็รู้ดีว่าจะมามั่วนั่งผ่อนคลายแบบนี้ไม่ได้
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้อนรับลูกค้ารายใหญ่ละนะแต่ทำไมครั้งนี้เธอรู้สึกร้อนรุ่มแบบนี้ หรือว่า แอร์ไม่เย็นหรือเปล่า
“ไปเช็คอุณหภูมิหน่อยซิ” เธอสั่งผู้ช่วยของเธอ
“ 24 องศาค่ะ ”
สวรรค์เพลสมีระบบระบายความร้อนที่ยอดเยี่ยม ทอุณหภูมิ 24 องศาของเขามักจะเย็นกว่าที่อื่นตั้งหลายองศา แต่นรีรัตน์ก็รูสึกร้อนจัดอยู่ดี
บางทีเธออาจคิดมากเกินไป
ทันใดนั้น ประตูด้านหน้าเธอก็ถูกเปิดออก ชายร่างสูงโปร่งผ่านเข้ามาในสายตาเธอ
ผู้ชายคนนั้นยืนนิ่งอึ้งอยู่พักหนึ่ง นัยน์ตาอันลึกล้ำดูเหมือนกำลังส่องประกายแห่งดวงดาว เขาสวมสูทสีเทา พร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก แต่ก็ยังคงปกปังความเท่ไม่ได้
ในบรรดาผู้คนทั้งเจ็ดคน เขาเป็นคนที่โดดเด่นที่สุด ราวกับนกกระเรียนในฝูงไก่
เมื่อเขาประกบสายตากับนรีรัตน์ เขารอยยิ้มเขายิ่งสดใส
รอยยิ้มของเขาช่างเจิดจ้าจนเธอไม่สามารถละสายตาตัวเองได้
“เมื่อกี้ เราได้พบคุณชยุดโดยบังเอิญครับ ก็เลยมาช้านิดนึง คาดไม่ถึงเลยว่า คุณชยุดจองห้องที่ชั้น 4 เพื่อฉลองวันเกิดให้คุณปรียาวดี ” คนที่ยืนอยู่ข้างชายในชุดสูทสีเงินเทาพูดด้วยรอยยิ้ม นรีรัตน์เสียใจ และเจ็บใจมาก
ดวงตาของเธอมืดลงชั่วขณะ ‘ชยุดกำลังฉลองวันเกิดให้ปรียาวดีเหรอเนี่ย’ แต่แค่วินาที่เดียวเอง อารมณ์ความโศกเศราทั้งหมดเหล่านี้ถูกนรีรัตน์เก็บไว้เรียบร้อยเลย
“คุณเป็นท่านประธานคนใหม่ของ KIA กรุ๊ปใช่ไหมคะ” นรีรัตน์ถามผู้อำนวยการเจ้าอย่างไม่เสียมารยาท
ด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน
ผู้อำนวยการเจ้า ตอบอย่างหยิ่ง ๆ ว่า “ตาถึงไม่เบาเลยนะเนี่ย คุณรองประธาน นี่คือคุณธัชพล ประธานคนใหม่ของเรา”
“ผมได้ยินชื่อเสียงของคุณมานานแล้วครับ คุณนรีรัตน์” ธัชพล ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษของเขาก้าวไปข้างหน้าและยื่นมือออกมาเพื่อขอจูบมือทักทายนรีรัตน์
เมื่อจ้องไปที่ใบหน้าของชายคนนั้น นรีรัตน์รู้สึกเหมือนตกอยู่ในมนต์สะกด เธอยืนนิ่งจนผู้ช่วยที่ยืนอยู่ข้างเธอต้องสะกิด
เธอถึงรู้ตัว แล้วยิ้มอย่างมีมารยาท และยื่นมือออกไปเพื่อตอบรับธัชพล
อยู่ดีๆ เขาก็ดึงเธอเข้าใกล้หน้าอกของเขา เขาโน้มตัวลงพร้อมกระซิบ “สุขสันต์วันเกิดครับ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น นรีรัตน์ตัวแข็งทื่อ สีหน้าเธอซีดไปทันที
วันเกิดของเธองั้นเหรอ... มีคนจำวันเกิดเธอได้ด้วย นรีรัตน์กระพริบตาถี่ ๆ เพื่อสลัดคราบน้ำตาออกไป ขณะที่สามีของเธอฉลองวันเกิดให้กับผู้ญิงอีกคน วันเกิดของเธอนั้นกลับกลายเป็นการคุยธุรกิจกับลูกค้าซะแบบนั้น
สามีของเธอคง จำไม่ได้หรอกว่าวันนี้วันเกิดเธอเหมือนกัน หรือเขาอาจไม่สนใจเลยก็ได้
ผู้อำนวยการเจาหัวเราะ “ธัชพลเพิ่งกลับมาจากฝรั่งเศส เลยทักทายเราแบบนี้”
อารมณ์ที่คั่งข้างอยู่ในแววตาของเธอค่อย ๆ ลดลง เธอพูดอย่างใจเย็นว่า “เป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้พบคุณ ธัชพลวันนี้ เชิญเข้าไปข้างในค่ะ”
เธอนำทางธัชพลไปที่นั่งอันทรงเกียรติ แล้วหันไปดูแลผู้อำนวยการเจ้ากับผู้บริหารระดับสูงคนอื่นๆ ของ KIA กรุ๊ป
ดูเหมือนว่าวันนี้ผู้อำนวยการเจ้าตั้งใจจะพูดประชดนรีรัตน์อยู่เรื่อย เขาเดินไปพร้อมยิ้มแบบไม่หวังดี เขาเดินไปที่เก้าอี้ของเขาพร้อมกับถามว่า “ทำไมวันนี้ชยุดไม่มาด้วยล่ะครับ หรือว่าเขาจะ...”
Chapter 3
“คุณเจ้าครับ” ธัชพลพูดตัดบท จ้องมาที่เขาอย่างเย็นชา ราวกับว่าอุณหภูมิในห้องลดลงหลายองศา
หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ฉีกยิ้มออกมา “ท่านรองเป็นเพื่อนร่วมชั่นเรียนของผมครับ”
ดวงตาของผู้อำนวยการเจาเบิกโพลงด้วยความประหลาดใจ
ที่จริงแล้วทุกคนในห้องก็ทึ่งไปตาม ๆ กัน พวกเขาไม่คาดคิดว่าทั้งสองจะรู้จักกัน เหล่าผู้บริหารระดับสูงได้แต่จ้องหน้ากันไปมา พวกเขาอยากรู้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขามีที่มาที่ไปอย่างไร
รอยยิ้มของนรีรัตน์เริ่มผ่อนคลายลง ดูเหมือนว่าธัชพลยังคงจำเธอได้ แม้เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายไป
หลังจากได้ยินคำเตือนของเจ้านาย ผู้อำนวยการเจ้าก็ส่งยิ้มออกมาแปลก ๆ ขญะที่ไวน์มาพอดี เขาคว้าขวดอย่างรวดเร็วและเทไวน์สองแก้ว เขาส่งแก้วหนึ่งให้นรีรัตน์ “คุณนรีรีตน์ ผมขอโทษนะครับที่ปากพล่อย หวังว่าคุณจะรับคำขอโทษของผมนะครับ”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอแข็งทื่อ
เพราะว่าเธอเตรียมตัวที่จะตั้งครรภ์ เธอจึงดื่มไม่ได้ แม้แต่เครื่องสำอางเธอก็ใช้ไม่ได้ด้วยซ้ำ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เสื้อผ้า กระเป๋า และเครื่องดื่มทั้งหมดของเธอ ถูกควบคุมโดยตระกูลเกียรติโรจนปรีชาอย่างเข้มงวด
เมื่อรู้ว่าเธอดื่มไม่ได้ ผู้ช่วยของเธอจึงรีบหยิบแก้วไวน์จากผู้อำนวยการเจ้า “ผู้อำนวยการเจ้าคะ ท่านรองของเราแพ้แอลกอฮอล์ ให้ดิฉันดื่มแทนนะคะ”
ผู้ช่วยของเธอกระดกแก้วก่อนที่จะแสดงให้ผู้อำนวยการดู ไม่มีไวน์เหลือแม้แต่หยดเดียว
ผู้อำนวยการเจ้าพยักหน้าอย่างประทับใจ “คุณนี่ดื่มเก่งไม่เบา” เขาชม เขากระดกแก้วโดยไม่พูดอะไรต่อ
ด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ บนใบหน้า ธัชพลเทน้ำผลไม้แก้วหนึ่งก่อนส่งให้นรีรัตน์ ส่วนในมือของเขาถือไวน์แดงอยู่
เขาทำท่าชนแก้วกับนรีรัตน์ “ให้เกีรยติเพื่อนสมัยเรียนมั้ยครับ”
เธอจ้องมองไปที่รอยยิ้มและหน้าตาหล่อเหลาของเขาแล้วพบว่าตัวเองยิ้มกลับไปโดยไม่รู้ตัว เขาเปลี่ยนไปมาก ก่อนที่เธอจะหยิบน้ำผลไม้จากมือของเขา ประตูห้องส่วนตัวก็ถูกเปิดออก
ทุกคนต่างจ้องมองไปที่ชายที่โผล่พรวดเข้ามาในห้อง
และเห็นชยุดยิ้มแบบลึกซึ้ง กางขายาวและเสื้อเชิ้ตสีดำที่เขาสวมอยู่ยิ่งทำให้สายตาเขาดูล้ำลึก
เขาเดินไปที่โต๊ะรับประทานอาหารด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นบนริมฝีปาก ในขณะที่เขาจ้องมองไปที่น้ำผลไม้ที่ธัชพลถืออยู่ “คุณธัชพลครับ ผมเกรงว่าคุณคงไม่ทราบใช่ไหมครับ ว่าภรรยาผมกำลังเตรียมตัวที่จะตั้งครรภ์อยู่”
นรีรัตน์หน้าถอดสีเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น เธอจ้องมองไปที่ชยุด
นี่เขากำลังพยายามทำให้เธออับอายต่อหน้าผู้คนอย่างงั้นหรือ
ชยุดเดินไปข้างหน้าอย่างสบายใจ แต่แฝงไปด้วยแววตาอาฆาต เขาเป็นเหมือนนักล่าที่จ้องมองคู่แข่ง
“น้ำผลไม้เป็นเครื่องดื่มพวกกรด ภรรยาผมดื่มไม่ได้หรอก”
แม้ชยุดจะพยายามทำให้เขาเสียหน้า แต่ธัชพลก็ไม่ได้รู้สึกอะไร กลับกลายเป็นธัชพลที่ยกแก้วขึ้นพร้อมกับยิ้ม “ผมไม่รู้จริง ๆ ครับ ว่าคุณเตรียมตัวตั้งครรภ์ ผมจะดื่มไวน์แก้วนี้ แทนคำขอโทษ”
สถานการณ์ความตึงเครียดอบอวลไปทั่วทั้งห้อง
จากสายตาที่ชยุดมองธัชพล เห็นได้ชัดว่าเขาตั้งตนเป็นศัตรูกับท่านประธานคนใหม่นี้ ผู้อำนวยการเจ้าฉลาดพอที่จะแก้สถานการณ์
“คุณชยุด คุณไม่ได้อยู่กับคุณปรียาวดีชั้นบนหรอกเหรอครับ”
“ฉันได้ยินมาว่าคุณธัชพล กับภรรยาของผมเคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียน ผมก็เลยอุตส่าห์มาชวนคุณธัชพล ดื่มสักแก้วครับ” ชยุดยิ้มราวกับพระราชาที่รอข้าทาสบริวาร
ความหยิ่งทะนงออกมาจากการเคลื่อนไหวของเขา
เขาหยิบแก้วไวน์ขึ้นแก้วหนึ่งจากโต๊ะและเทให้ธัชพล “คุณ ธัชพล ผมจะอวยพรให้คุณ แต่คุณก็ต้องอวยพรผมเป็นการตอบแทน”
เขาชนแก้วกับธัชพล
ความตึงเครียดในห้องยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีก
ธัชพลก็ยิ้มแบบเจ้าเล่ห์ออกมาเหมือนกัน ท่าทางของเขาดูไม่ได้เกรงกลัวชายผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาด้วยซ้ำ เขาดื่มไวน์อย่างไม่ลังเล
มีคนรีบรินไวน์ให้อย่างรวดเร็ว
“ชยุด ผมขออวยพรให้คุณ” ธัชพลพูดพร้อมยิ้ม
แววตาของชยุดเริ่มคลุมเครือมากขึ้น “รู้ไหมว่าทำไมคุณต้องอวยพร” อากาศรอบตัวพวกเขาเริ่มเย็นลง
ด้วยความที่นรีรัตน์อยากจะคลายความตึงเครียดระหว่างทั้งสอง เธอได้แต่จ้องมอง โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร ธัชพลขมวดคิ้ว
ดูสับสน
มุมปากของชยุดกระตุกขณะที่เขาพูดช้า ๆ “ผมจะลงโทษคุณด้วยไวน์แก้วนี้ คุณไม่ได้มาร่วมงานแต่งงานของเรา”
หลังจากพูดจบ รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็หายไปทันที
ของเหลวสีแดงก็กระเต้นออกมา หลังจากที่เขาวางแก้วอย่างกะทันหัน เขาเหลือบมองผู้ช่วยของนรีรัตน์ “จิรพนธ์ เซี่ย เธอดูแลเจ้านายเธอให้ดีๆ และส่งเธอกลับบ้านอย่าให้ดึกมากนะ”
เขาเดินฉุนเฉียวออกห้องไปโดยไม่ทันให้เธอได้ตอบกลับ
เมื่อเขาจากไป ทุกคนก็ตัวแข็งทื่อ ราวกับว่าเขาเอาทุกคนใส่ไว้ในช่องฟรีซ
“ค่ะ ท่าน” จิรพนธ์ เซี่ยตอบ เธอเป็นผู้ช่วยของนรีรัตน์
เมื่อมองไปที่ร่างชยุดที่กำลังเลือนหายไป นรีรัตน์ก็โกรธจัด เธอกำหมัดแน่น และพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้เสียมารยาทต่อหน้าแขก
ธัชพลยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นเย็นชาและน่ากลัวกว่าที่เขาเคยแสดงออกมา
‘ชยุด เราจะได้พบกันอีกแน่นอนในอนาคต’ เขาพูดกับตัวเอง
หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ฉีกยิ้มออกมา “ท่านรองเป็นเพื่อนร่วมชั่นเรียนของผมครับ”
ดวงตาของผู้อำนวยการเจาเบิกโพลงด้วยความประหลาดใจ
ที่จริงแล้วทุกคนในห้องก็ทึ่งไปตาม ๆ กัน พวกเขาไม่คาดคิดว่าทั้งสองจะรู้จักกัน เหล่าผู้บริหารระดับสูงได้แต่จ้องหน้ากันไปมา พวกเขาอยากรู้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขามีที่มาที่ไปอย่างไร
รอยยิ้มของนรีรัตน์เริ่มผ่อนคลายลง ดูเหมือนว่าธัชพลยังคงจำเธอได้ แม้เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายไป
หลังจากได้ยินคำเตือนของเจ้านาย ผู้อำนวยการเจ้าก็ส่งยิ้มออกมาแปลก ๆ ขญะที่ไวน์มาพอดี เขาคว้าขวดอย่างรวดเร็วและเทไวน์สองแก้ว เขาส่งแก้วหนึ่งให้นรีรัตน์ “คุณนรีรีตน์ ผมขอโทษนะครับที่ปากพล่อย หวังว่าคุณจะรับคำขอโทษของผมนะครับ”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอแข็งทื่อ
เพราะว่าเธอเตรียมตัวที่จะตั้งครรภ์ เธอจึงดื่มไม่ได้ แม้แต่เครื่องสำอางเธอก็ใช้ไม่ได้ด้วยซ้ำ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เสื้อผ้า กระเป๋า และเครื่องดื่มทั้งหมดของเธอ ถูกควบคุมโดยตระกูลเกียรติโรจนปรีชาอย่างเข้มงวด
เมื่อรู้ว่าเธอดื่มไม่ได้ ผู้ช่วยของเธอจึงรีบหยิบแก้วไวน์จากผู้อำนวยการเจ้า “ผู้อำนวยการเจ้าคะ ท่านรองของเราแพ้แอลกอฮอล์ ให้ดิฉันดื่มแทนนะคะ”
ผู้ช่วยของเธอกระดกแก้วก่อนที่จะแสดงให้ผู้อำนวยการดู ไม่มีไวน์เหลือแม้แต่หยดเดียว
ผู้อำนวยการเจ้าพยักหน้าอย่างประทับใจ “คุณนี่ดื่มเก่งไม่เบา” เขาชม เขากระดกแก้วโดยไม่พูดอะไรต่อ
ด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ บนใบหน้า ธัชพลเทน้ำผลไม้แก้วหนึ่งก่อนส่งให้นรีรัตน์ ส่วนในมือของเขาถือไวน์แดงอยู่
เขาทำท่าชนแก้วกับนรีรัตน์ “ให้เกีรยติเพื่อนสมัยเรียนมั้ยครับ”
เธอจ้องมองไปที่รอยยิ้มและหน้าตาหล่อเหลาของเขาแล้วพบว่าตัวเองยิ้มกลับไปโดยไม่รู้ตัว เขาเปลี่ยนไปมาก ก่อนที่เธอจะหยิบน้ำผลไม้จากมือของเขา ประตูห้องส่วนตัวก็ถูกเปิดออก
ทุกคนต่างจ้องมองไปที่ชายที่โผล่พรวดเข้ามาในห้อง
และเห็นชยุดยิ้มแบบลึกซึ้ง กางขายาวและเสื้อเชิ้ตสีดำที่เขาสวมอยู่ยิ่งทำให้สายตาเขาดูล้ำลึก
เขาเดินไปที่โต๊ะรับประทานอาหารด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นบนริมฝีปาก ในขณะที่เขาจ้องมองไปที่น้ำผลไม้ที่ธัชพลถืออยู่ “คุณธัชพลครับ ผมเกรงว่าคุณคงไม่ทราบใช่ไหมครับ ว่าภรรยาผมกำลังเตรียมตัวที่จะตั้งครรภ์อยู่”
นรีรัตน์หน้าถอดสีเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น เธอจ้องมองไปที่ชยุด
นี่เขากำลังพยายามทำให้เธออับอายต่อหน้าผู้คนอย่างงั้นหรือ
ชยุดเดินไปข้างหน้าอย่างสบายใจ แต่แฝงไปด้วยแววตาอาฆาต เขาเป็นเหมือนนักล่าที่จ้องมองคู่แข่ง
“น้ำผลไม้เป็นเครื่องดื่มพวกกรด ภรรยาผมดื่มไม่ได้หรอก”
แม้ชยุดจะพยายามทำให้เขาเสียหน้า แต่ธัชพลก็ไม่ได้รู้สึกอะไร กลับกลายเป็นธัชพลที่ยกแก้วขึ้นพร้อมกับยิ้ม “ผมไม่รู้จริง ๆ ครับ ว่าคุณเตรียมตัวตั้งครรภ์ ผมจะดื่มไวน์แก้วนี้ แทนคำขอโทษ”
สถานการณ์ความตึงเครียดอบอวลไปทั่วทั้งห้อง
จากสายตาที่ชยุดมองธัชพล เห็นได้ชัดว่าเขาตั้งตนเป็นศัตรูกับท่านประธานคนใหม่นี้ ผู้อำนวยการเจ้าฉลาดพอที่จะแก้สถานการณ์
“คุณชยุด คุณไม่ได้อยู่กับคุณปรียาวดีชั้นบนหรอกเหรอครับ”
“ฉันได้ยินมาว่าคุณธัชพล กับภรรยาของผมเคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียน ผมก็เลยอุตส่าห์มาชวนคุณธัชพล ดื่มสักแก้วครับ” ชยุดยิ้มราวกับพระราชาที่รอข้าทาสบริวาร
ความหยิ่งทะนงออกมาจากการเคลื่อนไหวของเขา
เขาหยิบแก้วไวน์ขึ้นแก้วหนึ่งจากโต๊ะและเทให้ธัชพล “คุณ ธัชพล ผมจะอวยพรให้คุณ แต่คุณก็ต้องอวยพรผมเป็นการตอบแทน”
เขาชนแก้วกับธัชพล
ความตึงเครียดในห้องยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีก
ธัชพลก็ยิ้มแบบเจ้าเล่ห์ออกมาเหมือนกัน ท่าทางของเขาดูไม่ได้เกรงกลัวชายผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาด้วยซ้ำ เขาดื่มไวน์อย่างไม่ลังเล
มีคนรีบรินไวน์ให้อย่างรวดเร็ว
“ชยุด ผมขออวยพรให้คุณ” ธัชพลพูดพร้อมยิ้ม
แววตาของชยุดเริ่มคลุมเครือมากขึ้น “รู้ไหมว่าทำไมคุณต้องอวยพร” อากาศรอบตัวพวกเขาเริ่มเย็นลง
ด้วยความที่นรีรัตน์อยากจะคลายความตึงเครียดระหว่างทั้งสอง เธอได้แต่จ้องมอง โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร ธัชพลขมวดคิ้ว
ดูสับสน
มุมปากของชยุดกระตุกขณะที่เขาพูดช้า ๆ “ผมจะลงโทษคุณด้วยไวน์แก้วนี้ คุณไม่ได้มาร่วมงานแต่งงานของเรา”
หลังจากพูดจบ รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็หายไปทันที
ของเหลวสีแดงก็กระเต้นออกมา หลังจากที่เขาวางแก้วอย่างกะทันหัน เขาเหลือบมองผู้ช่วยของนรีรัตน์ “จิรพนธ์ เซี่ย เธอดูแลเจ้านายเธอให้ดีๆ และส่งเธอกลับบ้านอย่าให้ดึกมากนะ”
เขาเดินฉุนเฉียวออกห้องไปโดยไม่ทันให้เธอได้ตอบกลับ
เมื่อเขาจากไป ทุกคนก็ตัวแข็งทื่อ ราวกับว่าเขาเอาทุกคนใส่ไว้ในช่องฟรีซ
“ค่ะ ท่าน” จิรพนธ์ เซี่ยตอบ เธอเป็นผู้ช่วยของนรีรัตน์
เมื่อมองไปที่ร่างชยุดที่กำลังเลือนหายไป นรีรัตน์ก็โกรธจัด เธอกำหมัดแน่น และพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้เสียมารยาทต่อหน้าแขก
ธัชพลยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นเย็นชาและน่ากลัวกว่าที่เขาเคยแสดงออกมา
‘ชยุด เราจะได้พบกันอีกแน่นอนในอนาคต’ เขาพูดกับตัวเอง